อดีตผู้พิพากษาอาวุโสฯยันไม่เกี่ยวรับสินบน แจงเสียงข้างมากให้โตโยต้าแพ้คดี
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวติดตามการสอบสวนในต่างประเทศเกี่ยวกับคดีภาษีของบริษัทในเครือโตโยต้า ผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศ (www.law360.com) โดยมีการพาดพิงถึงบุคลากรในศาลยุติธรรม
ล่าสุดวันนี้ (30 พ.ค.) นายชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม อดีตประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน อดีตประธานศาลอุทธรณ์ 1 ใน 3 บุคคลที่ถูกพาดพิงถึงจากรายงานข่าวของ LAW 360 ได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสว่า ตั้งแต่คดีผ่านการพิจารณามาถึงศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ขณะเป็นผู้พิพากษาอาวุโสศาลศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ และได้รับมอบสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย 10 สำนวน แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดในสำนวน เห็นว่าบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ น่าจะแพ้คดี แต่มีหลายสำนวนที่เห็นว่าโตโยต้าชนะคดี ขณะนั้น องค์คณะผู้พิพากษามีความเห็นแตกต่างกัน ประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ จึงนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ของศาลคดีชำนัญพิเศษ
นายชัยสิทธิ์กล่าวว่า เมื่ออภิปรายจบที่ประชุมใหญ่ของศาล ลงคะแนนหลังจากพิจาณาจากสำนวนคดีจากทั้งหมดถ้าจำไม่ผิดประมาณ 70 คน ในจำนวนนี้ 60 คน เห็นด้วยให้บริษัทโตโยต้าแพ้คดี และเสียงส่วนน้อย 10 เสียง พิจารณาสำนวนคดีแล้วเห็นว่าโตโยต้าควรจะชนะคดีนี้ เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นไปตามความเห็นของตนว่าโตโยต้าเป็นฝ่ายแพ้คดี และเมื่อแพ้คดี ต่อมาก็ทราบว่าโตโยต้าฎีกาไป ตนก็เกี่ยวข้องแค่นี้ เลยไม่ทราบว่าทำไมกล่าวหาตนว่าไปร่วมกับประธานศาลฎีการับสินบนเรื่องนี้ ทั้งที่ป็นคนตัดสินในชั้นศาลอุทธรณ์ร่วมกัน เป็นเจ้าของสำนวนร่วมกันแล้วก็ให้ความเห็นว่าโตโยต้าควรจะเป็นฝ่ายแพ้คดี
นายชัยสิทธิ์กล่าวอีกว่า จากการเปิดเผยของเว็บไซต์ LAW360 ทำไมโตโยต้าประเทศไทยไม่เร่งออกมาชี้แจงว่าประเด็นที่ถูกกล่าวหานั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ รวมไปถึงการจ่ายเงินค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายสำหรับสำนักงานทนายความ หากปรากฏข้อมูลเป็นจริงตามรายงานข่าวอาจมีความผิดกฎหมายอาญาเท่ากับให้สินบน
“ถ้าเป็นจริง จะทำให้ต่างชาติขาดความไว้วางใจประเทศไทย และจะมีผลต่อการลงทุนในประเทศไทยด้วย เพราะว่าเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เรื่องกฎหมายเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าประเทศไทยขาดความเชื่อถือแล้วเขาก็ไม่มาลงทุน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันกระทบไม่ใช่เฉพาะผมกับประธานศาลฎีกาอีก 2 ท่าน แต่มันกระทบถึงศาลและเฉพาะอย่างยิ่งมันกระทบถึงเศรษฐกิจประเทศไทยด้วย เพราะจะทำให้ขาดความเชื่อถือต่อคนที่จะมาลงทุน”