โจ๊กชี้หลักฐานมัดแอมไซยาไนด์ ทนายพัชเลื่อนนัดพบตร.31พค.
"บิ๊กโจ๊ก"ลั่นไม่หวั่นถูก"ทนายพัช" ฟ้องกลับ ม.157 ยันทำคดี "แอม ไซยาไนด์" ตรงไปตรงมา ด้าน"รอง ผบก.ป." เผย "ทนายพัช" ติดต่อเข้าพบตำรวจแล้ววันที่ 31 พ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 24 พ.ค.66 พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า หลังมีการออกหมายเรียก น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ "ทนายพัช" ทนายความของ น.ส.สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ "แอม ไซยาไนด์" ผู้ต้องหา ผู้ต้องหาคดีวางยาฆ่าชิงทรัพย์ ให้มาเข้าพบเพื่อรับทราบข้อหา ตามมาตรา 184 "ช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลงโดยการทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด" อย่างเป็นทางการครั้งที่ 1 โดยนัดหมายมาเข้าพบ ในวันที่ 30 พ.ค. 2566 เวลา 13.00 น. ล่าสุด ทนายพัช ได้ติดต่อกลับมาแล้ว จากเดิมที่นัดให้มาพบวันที่ 30 พ.ค. เจ้าตัวได้ขอเลื่อนมาเข้าพบพนักงานสอบสวนในช่วงบ่ายของวันที่ 31 พ.ค. 2566 แทน
ส่วนความคืบหน้าในส่วนของสำนวนคดีน.ส.สรารัตน์นั้น ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสำนวน ทั้ง 15 สำนวน หลังมีการสอบปากคำพยานบุคคลต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว คงเหลือรอเพียงผลตรวจพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์บางส่วน คาดจะสรุปสำนวนส่งอัยการได้ในต้นเดือนหน้า โดยจะต้องนำตัว พ.ต.ท.ทวิฑูรย์ หรือ รองอ๊อฟ รอง ผกก.สอบสวน สภ. สวนผึ้ง มาส่งฟ้องต่ออัยการด้วย
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ทนายความของนางสรารัตน์ที่มีข่าวว่าเตรียมที่จะฟ้องตำรวจในความผิด ม.157 และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ว่า เป็นสิทธิ์ของทุกคนหากจะฟ้องกลับ ยืนยันว่าไม่ได้หนักใจอะไร และออกหมายเรียกไปตามพยานหลักฐานต่างๆที่ปรากฎ
"ไม่รู้สึกอะไร ณ วันนี้ก็ทำตามกฎหมาย และได้ออกหมายเรียกให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ถ้าหากครบกำหนดหมายเรียกก็จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอศาลอาญา เพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ พร้อมยืนยันผมและพนักงานสอบสวนทั้งชุดทำงานเป็นธรรมและไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ตามพยานหลักฐาน ซึ่งคดีนี้ตำรวจสำนวนสรุปไปได้ถึง 90% แล้ว เหลือเพียงเส้นทางการเงินอีก 7-8 บัญชี จาก 180 บัญชีที่ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ทราบถึงที่มาของสารไซยาไนด์ และในวันศุกร์จะขึ้นรูปคดีเตรียมสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการสั่งฟ้อง และตอนนี้มีการวางตัวบุคคลที่จะขึ้นเบิกความต่อศาลไว้แล้ว พร้อมเชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะมีการรับสารภาพ เพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน"
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ถูกออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ทางตำรวจจะให้ประกันตัวหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หากผู้ถูกออกหมายเรียกปรากฏตัวก็จะต้องดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่ามีความพยายามไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ ส่วนจะขอหมายขัง ตาม ป.วิอาญา 134 หรือไม่นั้น ก็มีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ตามกรอบของกฎหมายก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังบอกอีกว่า ได้เตรียมทีมทนายความไว้คอยช่วยเหลือ นายรพี ชำนาญเรือ ตำรวจ หรือสื่อมวลชน ในกรณีหากถูกฟ้องกลับอีกด้วย เมื่อถามว่า กรณีที่ ทนายพัชไปพูดในรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่งว่าที่ศาลยกคำร้องขอหมายจับเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ พล.ต.อ.สุรเชรษฐ์ ยืนยันกลับว่า หลักฐานเพียงพอ แต่ที่ศาลให้กลับไปออกเป็นหมายเรียก เพราะเป็นข้อหาเดียวกันกับรองอ๊อฟ จึงจะให้ความเป็นธรรมแบบเดียวกันที่ออกหมายเรียกก่อนเช่นกัน