พระเพลิงโหมกระหน่ำสหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปน้ำชำ หัวฝายจำกัด
วันที่ 24 พ.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ขอเปิดเผยถึงกรณี เหตุเพลิงไหม้สหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปน้ำชำ หัวฝายจำกัด ในพื้นที่ สภ.สูงเม่น ว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 62 เวลาประมาณ 05.10น. สภ.สูงเม่นได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ สหกรณ์บริการผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปน้ำชำ ต.น้ำชำ อ.สูงเม่น จว.แพร่ จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ดับเพลิง,เจ้าหน้าที่มูลนิธิและ รปภ. กำลังช่วยกันดับเพลิง จนถึงเวลาประมาณ 06.30 น. จึงสามารควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเบื้องต้น ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พบโรงงานถูกไฟไหม้เสียหายจำนวน 1 หลัง เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ คือบ้านเลขที่ 196หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำชำ อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ เป็นโรงงานไม้ของสหกรณ์ โดยลักษณะสร้างเป็นโรงงานติดกัน มีเจ้าของรวม 9 ราย ถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหลัง โดยมีนายไชยา มากมาย อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 24 ม.2 ต.น้ำชำ อ.สูงเม่น จว.แพร่ เป็นประธานสหกรณ์ เบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณใด มูลค่าความเสียหายประมาณ 4ล้านบาท และไม่มีผู้ใดได้รับอันตรายจากเหตุดังกล่าวขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมดแล้ว เนื่องจากมูลค่าความเสียหายเกินกว่า 1ล้านบาท พิสูจน์หลักฐาน จว.แพร่ จึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวให้พิสูจน์หลักฐานเขต 5 (ลำปาง) ต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อทำการตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด โดยอยู่ระหว่าง การสืบสวนสอบสวน สอบปากคำพยานเพิ่มเติม รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จากกการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบเบื้องต้นพบเห็นประกายไฟในบริเวณที่เกิดเหตุ คาดว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร และพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกลาง ขณะนี้รอเข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียดร่วมกับวิทยาการเขต 5 จว.ลำปาง เพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ตลอดจนพิสูจน์ทราบ ต้นเพลิงว่าเกิดจากที่ใดและกลุ่มควันที่เกิดจากเพลิงไหม้นี้เกิดจากสาเหตุใด โดยขอเวลาให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง และหากพบว่าเกิดจากความบกพร่องของผู้ใด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ ให้มีแผนเผชิญเหตุ พร้อมบูรณาการภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเร่งรัดเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชน ให้ทันท่วงทีและเกิดความปลอดภัย สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ พร้อมทั้งประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบโครงสร้างของอาคารซึ่งอาจจะเกิดการพังทลายหรือถล่มเกิดเหตุซ้ำซ้อนได้ การกันสถานที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยตามหลักยุทธวิธี อีกทั้งผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ให้ลงมากำกับดูแลการปฎิบัติอย่างใกล้ชิดและจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ