จับ3โจ๋อาชีวะปล้นทรัพย์คู่อริย่านพระโขนง
วันที่ 9 พ.ค.2565 เวลา 12.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.พระโขนง พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ ฝั้นมงคล รอง ผกก.สส.สน.พระโขนง พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ภักดีดินแดน พ.ต.ท.ทองเปลว หาญไพบูลย์ รอง ผกก.สส.บก.น.5, พ.ต.ท.จักเรศ อุปถัมภ์ สว.สส.สน.พระโขนง และ พ.ต.ท.อภิวัฒน์ อาจอินทร์ สว.สส.สน.พระโขนง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.พระโขนง ร่วมจับกุมนายสุรเกียรติ หรือ เจมส์ อายุ 20 ปี นายพชรพล หรือ สังข์ อายุ 20 ปี นายเรืองศักดิ์ หรือ เจมส์ อายุ 21 ปี พร้อมด้วยของกลางตรวจยึดในคดีเข็มขัดหนังสีดำ หัวโลหะสัญลักณณ์ Bangkapi tech 1 เส้น แหวนเงินหัวแหวนสัญลักษณ์เทคโนบางกะปิ 1 วง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 นิ้ว 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด .38 นิ้ว 5 นัด รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น เอ็นเม็กซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 9 กท-2245 กรุงเทพมหานคร 1 คัน หมวกกันน็อคเต็มใบสีขาว ยี่ห้อ index 1 ใบชุดสวมใส่ 6 ตัว จับกุมได้บริเวณลานจอดรถบ้านแก่งหนึ่ง ซอยแพตาใบ แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร
พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.พระโขนง ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเป็นเด็กอาชีวะช่างกลบางกะปิว่า มีกลุ่มคนร้ายชายจำนวนสามคนขับขี่รถจักรยานยนต์มาใช้อาวุธปืนปล้นเอาทรัพย์สินของตนไป จากบริเวณริมถนนหน้าหอพักเจ วรรณแมนชั่น ซอยอ่อนนุช 44 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง จึงได้ออกตรวจที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบผู้ถูกจับทั้งสามขับรถจักรยานยนต์ของกลางเข้ามาหากลุ่มผู้เสียหาย พร้อมใช้อาวุธปืนข่มขู่เอาทรัพย์สินจากผู้เสียหายแล้วหลบหนี จนกระทั่งต่อมาวันที่ 7 พ.ค.65 เวลาประมาณ 14.00 น. ชุดสืบสวนทำการสืบสวสพบเห็นผู้ต้องหาทั้งสามพร้อมรถจักรยานยนต์ จอดอยู่บริเวณบริเวณลานจอดรถบ้านเลขที่ 100 ซอยแพตาใบ (พี่งมี 50) แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร และพบเห็นผู้ต้องหาลักษณะมีพิรุธมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของผิดกฎหมายอยู่ในความครอบครอง หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด จึงได้แสดงตัวและขอตรวจค้น จากการตรวจค้นพบของกลางที่ใช้ก่อเหตุอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ตรวจยึดได้ในขณะที่จอดไว้บริเวณสถานที่จับกุม สาเหตุน่าจะเกิดจากความคึกคะนองและทั้ง 3 คน โดยเรียนอยู่กรุงเทพช่างกล
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เข็มขัดและแหวนเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการปล้นทรัพย์จริง, อาวุธปืน, รถจักรยานยนต์, เสื้อผ้า, หมวกกันน็อค เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำผิดจริง เมื่อนำภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดให้ผู้ถูกจับดูรับว่าเป็นบุคคลในภาพจริง จากตรวจสอบประวัติต้องหาคดี ทั้ง 3 คนไม่พบประวัติการต้องโทษแต่อย่างใด เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา“ร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธปืน ยานพาหนะ หรือรับของโจร, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวนสน.พระโขนง ดำเนินคดีตามกฎหมาย