ร้องสายไหมต้องรอด ขอให้สตช.ออกมารับผิดชอบ ปมสภ.บางปะอินกรอกเลขบัตรปชช.ผิด จนกลายเป็นผู้ต้องหา

อาชญากรรม19 ต.ค. 2566 • 13:37 น.
ร้องสายไหมต้องรอด ขอให้สตช.ออกมารับผิดชอบ ปมสภ.บางปะอินกรอกเลขบัตรปชช.ผิด จนกลายเป็นผู้ต้องหา

ผู้เสียหายร้องทุกข์ สายไหมต้องรอด และขอให้สตช.เข้าช่วยเหลือ และออกมารับผิดชอบ เพราะตำรวจสภ.บางปะอิน มีการกรอกเลขบัตรประชาชนผิด ทำให้ตนเองกลายเป็นผู้ต้องหา


จากกรณีนายปัญญา บุญณรงค์ ร้องเรียนผ่าน เพจสายไหมต้องรอด กรณีถูก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน มีการใส่ข้อมูลผิดพลาด ทำให้รายชื่อปรากฏเป็นผู้ต้องหาในคดีหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีที่ผู้เสียหายเคยเป็นผู้เสียหายในคดีเอง ทำให้ ถูกออกจากงาน และมีปัญหาในการหางานใหม่ไม่ได้ 

โดยนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า ผู้เสียหาย เคยทำงานในบริษัทหนึ่ง โดยในช่วงนั้น มีนักศึกษาฝึกงาน มีการขโมยหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ของบริษัท 

ทางบริษัทจึงให้นายปัญญา เป็นตัวแทนผู้เสียหาย เดินทางไปดำเนินคดีแจ้งความในพื้นที่สภ.บางปะอิน เมื่อปี 64 ที่ผ่านมา

และในปี 65 ตอนสมัครงานประวัติส่วนตัวยังเป็นปกติ ค้นหาแล้วไม่เจอประวัติเสีย จนกระทั่งมีการทำงานในที่ใหม่ และอยู่ในระหว่างการทดลองงานระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ขณะที่ทำงานจนใกล้ครบวาระกำหนดการทดลองงาน 

ทางบริษัทได้ดำเนินการ เพื่อจะบรรจุ นายปัญญา ผู้เสียหายเข้าทำงานเป็นพนักงาน แต่ปรากฏว่าพอไปดูข้อมูลประวัติอาชญากรรม พบข้อมูลว่าชื่อนายปัญญา เป็นคนร้ายคดีลักทรัพย์ ตรวจสอบพบว่าเป็นเลขคดีเดียวกัน กับเมื่อตอนเคยไปแจ้งความไว้ ในฐานะผู้เสียหายเมื่อปี 64

ขณะที่เดินทางไปสอบถามทางตำรวจ ชี้แจงว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการกรอกข้อมูลเลขบัตรประชาชนผิด สลับกันระหว่างผู้ต้องหากับผู้เสียหาย โดยจะมีการแก้ไขให้ พอทำเอกสารที่มีแก้ไขไปยื่นทางบริษัท ปรากฏว่า ทางตำรวจแก้ไขแค่ข้อมูลข้างต้น แต่ข้อมูลด้านล่าง สถานะยังคงเป็นชื่อเป็นผู้ต้องหาอยู่ 

ตนเองจึงมีการขอความช่วยเหลือ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี และอยากให้ ทางสตช. ช่วยเหลือเยียวยา เนื่องจากผู้เสียหายมีค่าเสียโอกาสที่ต้องเสียไปจากความผิดพลาดของตำรวจ ซึ่งส่วนตัวมองว่า ตำรวจ ในพื้นที่ สภ.บางปะอิน ควรจะต้องไปหาที่บริษัทของผู้เสียหาย เพื่อชี้แจง และแสดงความรับผิดชอบ

ด้านนายปัญญา ผู้เสียหาย เปิดเผยว่าตนเองมีความตั้งใจและคาดหวังที่จะทำงานในบริษัทดังกล่าวจนกระทั่งเกษียณ เนื่องจากมีการตกลงค่าตอบแทนในจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูง ซึ่งประเมินแล้วจะได้รายได้มากกว่า 360,000 บาทต่อปี 

และการทำงานเพิ่มขึ้นในแต่ละปีจะช่วยให้มีการเพิ่มเงินเดือนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตนเองมีการทดลองงานเป็นที่น่าพอใจของทางบริษัท แต่ก็ต้องมาเขียนใบลาออกเนื่องจาก ชื่อของตนเองยังปรากฏในคดีลักทรัพย์ ทำให้ทางบริษัทไม่สามารถรับตนเองเข้าทำงานได้

ตนเอง เป็นเสาหลักของครอบครัว มีความจำเป็นต้องหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนเองรู้สึกเสียใจ เพราะตนเองตั้งใจทำงานสุจริต 

ยอมรับตอนนี้ลำบากมาก ไม่รู้ว่าจะไปหาเงินที่ไหนมาจ่ายเงินค่าบ้านค่างวดรถและค่ากินอยู่ของคนในครอบครัว และตนเองอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากตั้งแต่ที่เกิดเรื่องมาก็ยังหาผู้รับผิดชอบเหตุการณ์นี้ไม่ได้เลย