ญาติเข้าเยี่ยมวัยรุ่นก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงคู่กรณี สน.บางนา

อาชญากรรม7 ก.ค. 2567 • 12:37 น.
ญาติเข้าเยี่ยมวัยรุ่นก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงคู่กรณี สน.บางนา

จากเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และได้รับบาดเจ็บ 1 คน เหตุเกิดภายในซอยอุดมสุข 26 แยก 4 แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อคืนวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ความคืบหน้าวันนี้ (7 ก.ค.67) ที่ สน.บางนา มีญาติของกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ไปติดต่อขอเยี่ยม และสอบถามถึงขั้นตอนที่พนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินการต่อไป

ยายของหนึ่งในผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า หลานเล่าให้ฟังว่าก่อนเกิดเหตุนั้นฝ่าย วัยรุ่นคู่กรณีได้ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา แล้วพูดจาหาเรื่องท้าทายก่อน จากนั้นได้หยิบอาวุธมีดเข้ามาทำร้ายจึงเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น โดยยอมรับว่าหลานชายอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ได้ร่วมก่อเหตุทำร้ายคู่กรณีแต่อย่างใด จึงอยากให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฎ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ถ้าหลานชายทำผิดจริงก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่พ่อของผู้ก่อเหตุที่เป็นคนใช้อาวุธมีดแทงคู่กรณี เปิดเผยว่า วัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มนั้น เคยเรียนโรงเรียนเดียวกันมาก่อน แต่ก็มีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แต่ครั้งนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต คาดว่าสาเหตุมาจากเรื่องผู้หญิงที่กลุ่มวัยรุ่นฝ่ายลูกชายไปติดต่อพูดคุยกับแฟนของฝ่ายคู่กรณี จึงทำให้เกิดความไม่พอใจ ซึ่งลูกชายก็ยอมรับว่าเป็นผู้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุแทงคู่กรณีจริง เป็นเพราะฝ่ายคู่กรณีเข้ามาหาเรื่องและใช้อาวุธมีดก่อเหตุก่อน ถ้าลูกชายตนเองผิดก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

ด้านพันตำรวจเอก สุรพงษ์ สุขแย้ม ผู้กำกับการ สน.บางนา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ควบคุมตัววัยรุ่นผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด 7 คน ในจำนวนนั้นมีเยาวชน 4 คน จึงนำตัวมาควบคุมสอบปากคำที่ สน. บางนา 6 คน อีก 1 คน ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลบางพลี อาการสาหัส คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีจำนวนเพียงเท่านี้ ยังไม่พบผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม

ในส่วนของผู้ก่อเหตุที่ไม่ใช่เยาวชน พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัวสอบปากคำ 48 ชั่วโมง เมื่อสอบปากคำแล้วเสร็จ ก็จะส่งตัวไปขออำนาจฝากขังที่ศาลอาญาพระโขนง  ส่วนผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชน พนักงานสอบสวนมีอำนาจควบคุมตัว 24 ชั่วโมง โดยวันนี้จะส่งตัวไปศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ส่งตัวไปควบคุมที่สถานพินิจต่อไป จากนั้นจะให้สหวิชาชีพไปสอบปากคำทำสำนวนคดีต่อไป

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า วัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม อยู่ในถิ่นเดียวกัน ซึ่งเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบันการศึกษาแต่อย่างใด