บช.น.ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในสถาบันอาชีวศึกษาทุกแห่งในกทม. หลังภาพยนตร์ยกพวกตีกันกลับมาสตรีมมิ่งในโลกออนไลน์

อาชญากรรม5 มิ.ย. 2565 • 13:59 น.
บช.น.ตั้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในสถาบันอาชีวศึกษาทุกแห่งในกทม.  หลังภาพยนตร์ยกพวกตีกันกลับมาสตรีมมิ่งในโลกออนไลน์

 

ความคืบหน้ากรณีที่เพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 3” โพสต์คลิปภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่รถยนต์คันสีดำกำลังขับอยู่ภายในซอยแล้วไปชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ ที่มีคนขี่ซ้อนท้าย 3 คน เข้าอย่างจัง และภาพที่รถยนต์คันดังกล่าวกำลังถอยรถหนีอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด ในเวลาต่อมา เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในซอยเลียบวารี 21 เขตหนองจอก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา

พลตำรวจโทสำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าชุดสืบสวนสอบสวนของ สน.หนองจอก ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องตามคลิปดังกล่าวได้แล้ว 2 คน และสามารถจับกุมตัวได้แล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้ก่อเหตุเข้ามามอบตัวเพิ่มเติมอีก 2 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสองคนเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ทราบว่ายังมีผู้ก่อเหตุอีก 3 คนซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะเข้ามามอบตัวในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนยังไม่มามอบตัวตามที่นัดหมายไว้ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกหรือหมายจับตามขั้นตอนต่อไป

ทั้งนี้จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นจากความขัดแย้งระหว่างสถาบัน โดยเป็นเหตุซึ่งหน้าที่ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 กลุ่มมาพบกันจึงเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว

ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวและข้อมูลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่าค่าย streaming ชื่อดังมีการนำภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการยกพวกตีกันของกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษากลับมาสตรีมมิ่งอีกครั้ง ทำให้แนวโน้มในการก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างสถาบันมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปรามของทุกพื้นที่สน.และทุกกองบังคับการเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับอาจารย์ผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและนักเรียนของสถาบันอาชีวะต่างๆ เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการยกพวกทะเลาะวิวาทกันระหว่างสถาบัน

นอกจากนี้ยังได้จัดกำลังเข้าไปตรวจค้นกวาดล้างไม่ให้มีการสะสมอาวุธและวัตถุระเบิดที่จะใช้ในการก่อเหตุ อีกทั้งยังได้จัดศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าเข้าไปอยู่ในสถาบันการศึกษาต่างๆโดยจะนำเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามของแต่ละพื้นที่สนและกองบังคับการเข้าไปประจำเพื่อติดตามสถานการณ์และจับตากลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษาศิษย์เก่าที่ตำรวจและอาจารย์ได้มีการจัดทำบัญชีเฝ้าระวังไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวและเข้าแก้ไขหากมีการปะทะกันระหว่างสองฝ่ายอย่างทันท่วงที 


ทั้งนี้เชื่อว่ากำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามที่มีอยู่ในขณะนี้เพียงพอต่อการป้องปรามไม่ให้เกิดต่างขึ้นได้จึงต้องขอความร่วมมือของประชาชนในทุกพื้นที่หากพบการรวมกลุ่มหรือการทะเลาะวิวาทสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องได้เพื่อให้ตำรวจเข้าไประงับเหตุอย่างทันท่วงทีและจับกุมผู้ก่อเหตุทั้งหมด