ผบช.น. แถลงผลจับเครือข่ายค้ายาเสพติด ย่านอ่อนนุช

อาชญากรรม2 ก.พ. 2564 • 13:23 น.
ผบช.น. แถลงผลจับเครือข่ายค้ายาเสพติด ย่านอ่อนนุช
ผบช.น. แถลงผลจับ นายธานินทร์ กับพวก รวม 3 คน เครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด ย่านอ่อนนุช ยึดยาบ้ากว่า 2,000,000 เม็ด ขณะลำเลียงส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ กทม. พร้อมยาบ้า 2,100,000 เม็ด ปืน 1 กระบอก รถยนต์ 4 คัน และสมุดบัญชีอีก 2 เล่ม วันนี้ (2 ก.พ.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บชน. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส. แถลงผลการจับกุม นายธานินทร์ พึ่งแก้ว อายุ 41 ปี, นายธวัชชัย พึ่งแก้ว อายุ 25 ปี และนายทองทับ จันทยอด อายุ 51 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2,098,000 เม็ด, ปืน 9 มม. 1 กระบอก, โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง, รถยนต์ 4 คัน และสมุดบัญชีอีก 2 เล่ม โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณแยกคลองชล ใกล้เทศบาลตาบลห้วยป่าหวาย ถนน 3034 ตาบลห้วยป่าหวาย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ต่อเนื่อง หน้าบ้านเลขที่ 71 ม.1 ต.ห้วยป่าหวาย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ต่อเนื่อง ปั้มเชลล์ (บจก.กิตติชัย เทรดดิ้ง เลขที่ 690/93 ถ.พิชัยรณรงค์สงคราม ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ต่อเนื่อง บ้านเลขที่ 52/22 ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ เปิดเผยว่า ตำรวจขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดย่านอ่อนนุช ก่อนติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่วนอีก 1 รายยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเพชรบูรี นำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านก่อนลำเลียงเข้าสู่กรุงเทพฯและพื้นที่ชั้นใน โดยตรวจสอบประวัติพบว่า 2 ใน 4 คนเคยติดคุกในคดียาเสพติด ทั้งนี้ตำรวจติดตามสืบสวนผู้ต้องหากลุ่มนี้มานานประมาณ 2 ปี กระทั่งวันที่ 31 ม.ค.64 ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ในพื้นที่ อ.พระพุทธบาล และ อ.เมือง จ.สระบุรี ก่อนขยายผลตรวจค้นบ้านใน ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โดยสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าทำมาแล้วหลายครั้ง และยังเหลือผู้ต้องหาหลบหนีอีก 1 ราย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ" ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีเอาผิด ดีเจมะตูม นั้น ทางตำรวจได้ส่งหนังสือถึง สำนักอนามัย กทม.ขอความเห็นเอาผิด ดีเจมะตูม พร้อมพวก หลังจากที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสาทร เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ดีเจ มะตูม และกลุ่มเพื่อนที่จัดงานวันเกิด จนแพร่เชื้อโควิด-19 ล่าสุดพลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เขตสาทร ได้เข้ามาให้ความเห็นเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านหลักสาธารณสุขของร้านอาหาร vertigo (เวอร์ติโก้) ที่ดีเจมะตูม ใช้จัดงานวันเกิด โดยเจ้าหน้าที่สารณสุข ยืนยันว่าร้านอาหารดังกล่าว ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ครบถ้วน แต่ไม่ขอให้ข้อมูลในประเด็นการไปเปิดโรงแรมห้องสูทต่อจากเสร็จสิ้นงานเลี้ยง เนื่องจากได้รับมอบหมายให้มาให้ข้อมูลเพียงประเด็นนี้ประเด็นเดียวเท่านั้น ซึ่งตำรวจได้ทำหนังสือประสานไปที่สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ขอให้เข้ามาให้ปากคำในประเด็นพฤติกรรมของดีเจมะตูม และเพื่อน ระหว่างอยู่ในโรงแรม รวมถึงประเด็นอื่นๆเพิ่มเติมด้วย ส่วนผลการสอบสวนโรค ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับผล แต่หากทางกรุงเทพมหานคร นำผลทั้งหมดมามอบให้ตำรวจก็จะใช้พิจารณาประกอบในสำนวนคดี ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานอื่นเข้ามาประกอบด้วย หากพบมีความผิดจะดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ซึ่งอาจเข้าข่ายข้อหาผิด พรบ.ควบคุมโรค และ พรก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังต้องรอสอบปากคำพนักงานห้องอาหารที่ให้บริการดีเจมะตูม พร้อมเพื่อนในวันเกิด หลังจากพ้นการกักตัว 14 วัน และหากดีเจมะตูม รักษาหายจากอาการป่วยติดเชื้อโควิด-19 ก็จะเรียกมาให้ปากคำเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าหลังจากที่ เมื่อวานนี้ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มมวลชนอาสา หรือ กลุ่ม WEVO บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาร์ จนเกิดการชุลมุนและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดพลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจได้จับกุมกลุ่มผู้ชุมนุม 3 คน ดำเนินคดีในความผิดฐาน ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน , พ.ร.บ.ควบคุมโรค และฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองตามมาตรา 215 โดยได้มีการคุมตัวส่งขออำนาจศาลแขวงกรุงเทพใต้และ ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ฝากขังแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นกลุ่ม WEVO และผู้ร่วมชุมนุม ยังไม่มีนายปิยรัฐ จงเทพ แกนนำกลุ่ม WEVO ในขณะนี้ เนื่องจากพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ และคาดว่าจะสามารถออกหมายเรียกแกนนำไม่ต่ำกว่า 8 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมภายในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำที่ขึ้นปราศรัยบนเวที ด้าน พลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบให้สถานทูตในประเทศ และเมื่อวานนี้ตำรสจได้ประกาศให้ยุติกิจกรรมทั้งภาษาไทยและภาษาเมียนมาเพื่อความเข้าใจ แต่ผู้ชุมนุมก็ไม่ยุติ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องผลักดันออกนอกพื้นที่ ขณะที่ยอดตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บรวม 15 คน แบ่งเป็นเจ็บเล็กน้อย 13 คน และ 2 คนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ในจำนวนนี้มีแก้วหูฉีก 1 คน