ชูวิทย์แฉขบวนการล้มคดีจีนเทาตู้ห่าว

อาชญากรรม24 ม.ค. 2566 • 23:04 น.
ชูวิทย์แฉขบวนการล้มคดีจีนเทาตู้ห่าว

ศาลฯ นัดตรวจพยานหลักฐานคดี ตู้ห่าว 27 มี.ค.นี้ ชูวิทย์ แฉเกม ตู้ห่าว สู้ทุกเม็ด ปูดขบวนการล้มคดีเริ่มติดต่อพยานไม่ไปให้การ แนะจับตาอิทธิฤทธิ์ จีนเทา 

     
ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.66 ศาลนัดสืบพยานล่วงหน้าคดี นายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ และพวก โดยจะเป็นการสืบพยานล่วงหน้าตามคำร้องที่ผู้ร้องจะยื่นคำร้องเข้ามาใหม่ ภายในเวลา 16.00 น.ของวันนี้ อย่างไรก็ตามศาลได้กำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานคดีนี้ ในวันที่ 27 มี.ค.66
     
ด้าน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง และนักธุรกิจกลางคืน โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ตู้ห่าว ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แค่เริ่มก็แสดงถึงการต่อสู้ของฝั่งนายตู้ห่าวและเครือข่าย ที่สู้ทุกเม็ดการสืบพยานล่วงหน้าคือการป้องกันไม่ให้มีการกลับคำให้การ เพราะหากปล่อยเวลาเนิ่นนานไป พยานอาจถูกทำให้เปลี่ยนใจด้วยวิถีทางต่างๆ การแสดงอาการข่มขู่ผู้สื่อข่าวให้ลบภาพทิ้ง ทำให้ศาลต้องเพิ่มความระมัดระวัง 
     
ประกอบกับเมื่อวาน ห้องพิจารณาคดี 403 มีสภาพเล็ก เช่น เดียวกับห้องอื่นๆ ทนายผู้ต้องหามีเกือบ 20 คน พร้อมล่ามอีก และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทำให้ห้องพิจารณาดูแน่นขนัด ผู้พิพากษาต้องให้บรรดาญาติและสื่อ ออกไปก่อน ด้านนอกห้องยังมีกลุ่มญาติคนจีนออกันแน่น สภาพจึงดูวุ่นวาย ผมพอจะประมาณได้ว่าคดีนี้อาจมีการกลับคำให้การ โดยเฉพาะพยานคนจีน พยานสำคัญทั้งของตำรวจและของผมบางคน ได้ถูกติดต่อเพื่อไม่ให้ไปให้การ แสดงว่ามีขบวนการ "ล้มคดี" โดยพยายามทำลายพยานฝั่งโจทก์ อันเป็นส่วนสำคัญที่ศาลจะใช้พิจารณาตัดสินในคดีอาญา โอกาสรอดอาจเพิ่มขึ้น ฝั่งอัยการที่เป็นทนายของประชาชนต้องวางแผนให้ดี  โปรดจับตา อิทธิฤทธิ์ "จีนเทา"
     
ส่วน นางสาวชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สื่อนำเสนอข่าวนักท่องเที่ยวชาวจีนอ้างว่าใช้บริการวีไอพีจากตำรวจไทยพร้อมจ่ายเงินตอบแทนว่า เป็นอีกครั้งที่ตำรวจไทยบางส่วนทำงามหน้าประเทศ เป็นปลาตัวเดียวที่ทำให้วงการสีกากีเน่าไปทั้งข้อง ทำเกียรติภูมิของตำรวจไทยเสียหาย สะท้อนไปถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เหลวแหลก พฤติกรรมของตำรวจบางกลุ่มที่ถูกเปิดโปง ต้องยอมรับว่าหากหัวไม่สั่นหางคงไม่กระดิกใช่หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่สั่นคลอนระบบราชการภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องรับผิดด้วย อย่ารับแต่ชอบ 
      
 ที่ผ่านมา กี่กรณีแล้วที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ปล่อยปละละเลยให้ธุรกิจสีเทาและทุนจีนสีเทาเฟื่องฟู ยาเสพติดระบาดเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ระบบการส่งส่วยที่รับเงินสดแบบไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เมื่อตรวจพบแต่ละครั้งก็ทำได้แค่ย้ายเข้ากรุ ตั้งคณะกรรมการสอบ โดยภายในเดือนม.ค.66 เพียงเดือนเดียวพบว่ามีการตั้งกรรมการสอบหน่วยงานของรัฐไปแล้ว 6 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปาง, กรณีพบส่วยในห้องทำงานข้าราชการระดับสูงกรมอุทยาน, กรณีตำรวจ 191 เรียกทรัพย์หลังค้นบ้านทุนจีนสีเทา, กรณีดีเอสไอกรณีเรียกทรัพย์ค้นบ้านทุนจีนสีเทา, กรณีเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ, กรณีช่วยเหลือคดีตู้ห่าว ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเดือนเดียว ซึ่งเพิ่มเติมจากเรื่องเก่าที่ยังไม่มีความคืบหน้า อย่างเรื่องเงินบริจาคของนายตู้ห่าวที่บริจาคให้พรรคพลังประชารัฐ จึงไม่อยากประเมินสถานการณ์ไปถึงอนาคตว่าประเทศไทยจะมีการตั้งคณะกรรมการไปอีกกี่ชุด ทั้งที่การแก้ไขที่ต้นเหตุสามารถทำได้ด้วยการมีผู้นำที่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา และเอาจริงเอาจังในการปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบมากกว่านี้ แต่พล.อ.ประยุทธ์กลับละเลย ฉายา 8 ปีที่ 8 เปื้อน ที่สื่อตั้งให้คงสมฉายาแล้ว