"ประยุทธ" เเจงยิบ ปมความเห็นอัยการให้จ้างตรวจ GT200 ชี้จ้างใครกี่บาทเป็นเรื่อง ทบ. อัยการเเค่เห็นควร

อาชญากรรม6 มิ.ย. 2565 • 13:36 น.
"ประยุทธ" เเจงยิบ ปมความเห็นอัยการให้จ้างตรวจ GT200 ชี้จ้างใครกี่บาทเป็นเรื่อง ทบ. อัยการเเค่เห็นควร

รองโฆษกอัยการเเจงยิบ ปมความเห็นอัยการให้จ้างตรวจ GT200 ชี้ จ้างใครตรวจกี่บาทเป็นเรื่อง ทบ.อัยการเเค่เห็นควรตรวจเป็นประเด็นชี้ขาดคดี ระบุคดีจบเเล้วหลังศาลปกครองสูงสุดสั่งจ่าย 600 กว่าล้าน เเจ้งผลกองทัพตั้งเเต่ 8 ก.ย.64 ไม่มีความจำเป็นต้องตรวจอีก


เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 65 นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณี โฆษกกระทรวงกลาโหมออกมาระบุว่า ทางสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นให้กองทัพบกดำเนินการตรวจเครื่อง GT200 ที่ไม่สามารถใช้งานได้ทุกเครื่อง ทั้ง 757 เครื่องเพื่อใช้สู้คดีในศาลปกครองจนนำไปสู่การดำเนินการจ้างไปที่ สวทช.เป็นเงิน 7,570,000 บาท

เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับหนังสือจากกองทัพบกวันที่ 13ม.ค. 2560 เรื่องขอให้สำนักงานอัยการสูงสุดจัดอัยการยื่นฟ้องบริษัท เอวิเอ แซทคอม  ผู้ถูกฟ้องที่ 1 กับพวก กรณีข้อพิพาทการจัดซื้อขายเครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT200 รวม12 ญัญญาวงเงิน 683,900,000 บาท ซึ่งอัยการสูงสุดได้มอบให้สำนักงานอัยการคดีปกครองเป็นผู้พิจารณาว่าต่างเเละได้มอบหมายให้สำนักงานอัยการคดีปกครอง5 เป็นผู้รับผิดชอบสำนวน ซึ่งเมื่อได้เรื่องเเล้วพนักงานอัยการผู้ตรวจสำนงนได้มีหนังสือเเจ้ง 24 ม.ค.60 ให้กองทัพบกดำเนินการส่งเครื่อง GT200ไปตรวจพิสูจน์ทั้งหมดรวม 757 เครื่องเพื่อที่จะทราบว่าเป็นของที่ไม่มีคุณสมบัติตามสัญญาจริง ซึ่งในประเด็นนี้ถือว่าเป็นข้อแพ้ชนะคดี แต่ในส่วนรายละเอียดทางกองทัพจะไปตรวจอย่างไร ราคาเท่าไหร่ ทางอัยการไม่ได้ก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องของกองทัพบกที่จะต้องดำเนินการ จะจ้างใครตรวจก็ไม่เกี่ยวกับอัยการ เราเพียงแต่ให้ไปตรวจเพื่อนำผลตรวจพิสูจน์มา  ในวันที่ 27เม.ย. 60 อัยการสำนักงานคดีปกครอง5 ได้ยื่นฟ้องบริษัทเอวิเอ แซทคอม ,นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ผู้บริหารบริษัท เอวิเอฯ ธนาคารกสิกรไทยในฐานะผู้ค้ำประกัน (วงเงิน56ล้านบาทเศษ),ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะแบงค์การันตี(วงเงิน6 ล้านบาทเศษ) เป็นผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง4 โดยอัยการได้ยื่นฟ้องทุนทรัพย์ทั้งหมด 687,691,975 บาท

ต่อมาวันที่ 28 ธ.ค.60 ศาลปกครองกลางไม่รับฟ้องคดีโดยให้เหตุผลเนื่องจากขาดอายุความ

ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย.61 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในคดีที่อัยการยื่นอุทธรณ์ว่าคดีไม่ขาดอายุความ พร้อมสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคดีไว้พิจารณา

จนวันที่ 1 ก.ย.64 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า เครื่อง GT200 จำนวน757 เครื่อง เป็นสินค้าไม่มีคุณภาพ ไม่มีคุณลักษณะเฉพาะตามเอกสารเเสดงคุณสมบัติของเครื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจึงพิพากษาว่าให้บริษัทเอวิเอ แซทคอมฯ ชำระเงินให้กับกองทัพบก 683,441,561 บาท ให้ธนาคารกสิกรในฐานะผู้ออกแบงค์การันตีรับผิดชอบในวงเงิน56,856,438 บาท ให้ธนาคารกรุงเทพฯในส่วนแบงค์การันตีรับผิดชอบวงเงิน 6,195,452 และยกฟ้องนายสุทธิวัฒน์ผู้บริหารเอวิเอ เนื่องจากยังฟังไม่ได้ความว่า ได้กระทำงานเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคล

 เเละวันที่ 8 ก.ย.64 สำนักงานอัยการสูงสุดได้แจ้งผลคดี ให้กองทัพบกทราบ ต่อมา 23 ก.ย.64 ผู้ถูกฟ้องทุกคนยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด


วันที่ 8 มี.ค.65 อัยการคดีปกครองยื่นอุทธรณ์ โดยขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่2ที่ศาลยกฟ้องร่วมรับผิดกับผู้ถูกฟ้องที่1 จนวันที่ 7 ก.พ.65 ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์ เเละวันที่ 7 มี.ค.65 ศาลปกครองสูงสุดอนุญาตให้ถอนอุทธรณ์คดีคดีจึงเป็นอันถึงที่สุด ที่ให้บริษัทเอวิเอ แซทคอมฯ ชำระเงินให้กับกองทัพบก 683,441,561 บาท ตามคำพิพากษาศาลปกครองกลาง ในส่วนที่อยู่ในศาลปกครองสูงสุดจึงมีเพียง2 ประเด็นคือในส่วนของธนาคารกสิกรเเละธนาคารกรุงเทพฯ เเละประเด็นที่อัยการขอให้นายสุทธิวัฒน์ร่วมรับผิดกับบริษัทฯ 

ฉนั้นสรุปการตรวจเครื่อง GT200 จึงไม่มีความจำเป็นเนื่องจากคดีมันสิ้นกระเเสความเเล้ว เเละเราเเจ้งผลให้กองทัพบกตั้งเเต่วันที่ 8 ก.ย.64 เเล้ว 

“ในส่วนของอัยการที่เรายืนยันในเวลาขณะนั้นให้ตรวจเพราะมีความจำเป็นทางคดีเเต่เมื่อคดีมันเดินมาถึงที่สุดเเล้ว ฟ้องชนะคดีมา600 กว่าล้านก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปตรวจอะไรอีก”นายประยุทธ กล่าว