จับกุมมิจฉาชีพหลอกลงทุนชอร์ทหุ้นต่างประเทศ

อาชญากรรม20 ก.พ. 2562 • 14:12 น.
จับกุมมิจฉาชีพหลอกลงทุนชอร์ทหุ้นต่างประเทศ
วันที่ 20 ก.พ.62 ที่สตม.สวนพลู พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผอ.ศปอส.ตร.,พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกว่า 100 ราย ว่าตกเป็นเหยื่อกลุลงทุนโครงการซื้อขายทำกำไรระยะสั้นของหุ้นต่างประเทศ(ชอร์ทหุ้น) มูลค่าความเสียหายมากกว่า 50 ล้านบาท เข้าข่ายกระทำความผิดตาม พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประสานพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจดำเนินคดีตามกฎหมาย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายมี นายจิตรภณ นิศารัตน์,นายศรฉัตร กล่ำแสง และนายพีระยุทธ อาจอำนวย โดยนายศรฉัตรฯ และนายพีระยุทธฯ อ้างตนว่าเป็นผู้ประสานงานโครงการและเป็นผู้ดูแลโปรแกรมการลงทุน ได้ประกาศชักชวนผู้เสียหายให้เข้ามาเป็นสมาชิกร่วมลงทุนกับกลุ่มเอนบี(NEW BLOOD)ที่บริหารงานโดยนายจิตรภณฯ เป็นการนำเสนอโครงการเพื่อนำเงินไปซอร์ทหุ้นต่างประเทศ(การซื้อขายทำกำไรระยะสั้นของหุ้น) ซึ่งอ้างว่าจะมีผู้บริหารระดับประเทศทั่วโลกจะไปดำเนินการซื้อขายหุ้นในช่วงตลาดหุ้นของวอร์สตรีทปิดทุกวัน โดยเสนอผลตอบแทนการลงทุนในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน ตลอดชีวิตและสามารถตกทอดเป็นมรดกได้ และยังได้ผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษจากการซอร์ทหุ้นอีกเดือนละ 1 ครั้ง โดยเป็นการลงทุนขั้นต่ำ 300,000 บาท ซึ่งบุคคลทั้ง 2 กล่าวอ้างกับผู้ลงทุนว่านายจิตรภณฯ เป็นนายทหารยศพันตรี เป็นลูกของรองประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) และมีบุคคลสำคัญของประเทศคอยหนุนหลังอยู่ จึงมีผู้สนใจเข้าร่วมทุนจำนวนมากต่อมาได้มีการจ่ายเงินปันผลที่เป็นดอกเบี้ยตอบแทนให้ผู้ลงทุนในระยะเริ่มแรกประมาณ 3-4 เดือนจริงแต่หลังจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาขอเลื่อนจ่ายเงินปันผลออกไปอีกเรื่อยๆ และปฎิเสธการจ่ายเงินแล้วหลบหนีไป เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับคนร้ายทั้งสามคนต่อศาลอาญา ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของผู้อื่น,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ติดตามจับกุมตัวนายจิตรภณฯ ขณะหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่อพาร์ทเม้นย่านพระโขนง กรุงเทพมหานคร นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายอยู่ระหว่างติดตามจับกุม เบื้องต้นแจ้งข้อหาในฐานความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง”ระวางโทษ "จำคุกไม่เกินสามปี ปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,341", “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน”ระวางโทษ "จำคุกไม่เกินห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,343",“ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน”ระวางโทษ "จำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละหนึ่งหมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่"ตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มาตรา 4 และมาตรา 12