- โฆษณา -

"พระนรวิชญ์" สภาพจิตใจย่ำแย่ เผยหลังร่วมงานเผาศพ "หมอกระต่าย" จะกลับมาลาสิกขาเย็นนี้

อาชญากรรม26 ม.ค. 2565 • 07:12 น.
"พระนรวิชญ์" สภาพจิตใจย่ำแย่ เผยหลังร่วมงานเผาศพ "หมอกระต่าย" จะกลับมาลาสิกขาเย็นนี้
วันที่ 26 ม.ค.65 จากกรณีกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมที่ พระนรวิชญ์ หรือ ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ได้เข้าอุปสมบทที่วัดวัดปริวาสราชสงคราม หลังก่อเหตุขับขี่รถบิ๊กไบค์ชนแพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย จนเป็นเหตุเสียชีวิต อีกทั้งนายสิทธา มูลหงษ์ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ฐานะโฆษก พศ. ได้ให้สัมภาษณ์ ว่า เมื่อพิจารณาตามพระธรรมวินัยแล้ว ต้องถือว่าพระนรวิชญ์ ไม่สามารถเข้าพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระได้ เพราะเป็นผู้ต้องคดีอาญาที่ยังไม่สิ้นสุด จากนั้นได้มีกระแสข่าวว่า พระนรวิชญ์ จะทำการลาสิกขาบท ในวันที่ 26 ม.ค. ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีตำรวจเพื่อนร่วมงานซึ่งเป็นคนใกล้ชิด ได้เดินทางมาที่วัดปริวาสฯ โดยนำอาหารมาถวาย และบอกว่าจะรอรับพระไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหมอกระต่าย ซึ่งตามกำหนดการ จะมีขึ้นในเวลา 14.00 น. ณ เมรุ 1 ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซึ่งพระยืนยันว่าจะไปร่วมงานทั้งผ้าเหลืองก่อน แล้วจึงจะกลับมาทำพิธีลาสิกขาช่วงเย็นวันนี้ที่วัดปริวาสฯ ส่วนสภาพจิตใจของพระนรวิชญ์ตอนนี้ บุคคลใกล้ชิดระบุว่า ค่อนข้างย่ำแย่ ยังฉันอาหารไม่ค่อยได้ ซึ่งพระพ่อก็พยายามบอกให้ฉันอาหารบ้าง ทั้งนี้โดยปกติพระนรวิชญ์เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว พ่อเลี้ยงเดี่ยวมาตั้งแต่เด็กเพิ่งจะสอบติดนายสิบตำรวจได้ไม่กี่เดือน พ่อเองก็ภาคภูมิใจในตัวลูกชายมาก เมื่อเกิดเหตุทั้งคู่จึงรู้สึกเสียใจมากโดยเฉพาะพระนรวิชญ์ กระทั่งเมื่อเวลา 12.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 2 นาย เดินเข้าไปบริเวณกุฏิ และสังเกตเห็นว่านายตำรวจหนึ่งนายถือถุงพลาสติกที่ภายในบรรจุเหมือนชุดสีขาว จากนั้นเวลา 12.45 น. ผู้สื่อข่าวได้พบพระนรวิชญ์และพระพ่อ ออกมาจากกุฏิพร้อมนายตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 2 นาย เดินประกบพาออกมา เพื่อเดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพหมอกระต่าย โดยพระทั้ง 2 รูป เดินทางด้วยรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 7กอ 7483 กรุงเทพมหานคร คันเดิมซึ่งระหว่างเดินมาขึ้นรถคันดังกล่าว พระนรวิชญ์ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ยอมรับข้อหาที่ตำรวจแจ้งเพิ่มอีก 2 ข้อหา และหลังเสร็จจากงานพระราชทานเพลิงศพแล้ว จะกลับมาสึกที่วัดแห่งนี้อีกครั้ง และจะยังคงนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมต่อไป