ภาค​ 1​ รวบ​ 6​ ผู้ต้องหาแก๊งตระเวนลักสายไฟ

อาชญากรรม20 มิ.ย. 2565 • 04:46 น.
ภาค​ 1​ รวบ​ 6​ ผู้ต้องหาแก๊งตระเวนลักสายไฟ

 

ตำรวจ​ บก.สส.ภาค​ 1 ร่วมกับ​ ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ติดตามจับกุม​  6 ผตห.​แก๊งตระเวนลักสายไฟ​  ตามไซด์งานก่อสร้าง คอนโด และโปรเจคโรงแรมหรู​ ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และในเขตพื้นที่ใกล้เคียง


วันนี้​ (20 มิ.ย.)​  เมื่อเวลา​ 10.00​ น.​ ที่​ กองบังคับการตำรวจภูธร​ ภาค​ 1  พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน       รอง ผบช.ภ.1,  พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รอง ลงมา​ผบก.สส.ภ.1,  พ.ต.อ.ชินโชติ วัฒนธนานพ ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.อาสาฬห์  ถมยา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 และ พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.สส.ภ.1​ ตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง  พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, พ.ต.อ. ประภาส มั่งคั่ง รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง, พ.ต.อ. พีรพันธ์ จันทร์เทียน รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง​ ได้ทำการแถลงผลการจับกุม​ผู้กระทำความผิดก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์​ (สายไฟ)​ ตามไซด์งานก่อสร้าง คอนโด และโปรเจคโรงแรมหรู​ ในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และในเขตพื้นที่ใกล้เคียง​ และสามารถสืบสวนติดตามจับกุมได้​ รวม​ 6 ราย​ พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ​ ประกอบด้วย​ นายจตุรชัย  จูเทพ​ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอ่างทองที่ 82/2565 ลงวันที่  17 มิถุนายน 2565  ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” และมีหมายจับค้างเก่า อีก​ 3 หมาย​ คือ 1.หมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 767/2561 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ, 2.หมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 361/2563 ลงวันที่ 14 กันยายน 2563 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคลคลหรือทรัพย์​ และ​ 3.หมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 17/2565 ลงวันที่ 7 มกราคม 2565 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ) รายที่ 2.นายธนวิชญ์  แสงสมบัติ อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 81/2565 ลงวันที่  17 มิถุนายน 2565  ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” และมีหมายจับค้างเก่าอยู่ 1 หมาย​เป็นหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 765/2565 ลงวันที่ 27 กันยายน 2561 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะฯ )  3.นายทินพันธุ์ ทาดาจันทร์ อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 83/2565 ลงวันที่  17 มิถุนายน 2565  ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” มีหมายจับค้างเก่า 1 หมาย​ คือหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 818/2564 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2564 ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะฯ )  4.นายกัมปนาท  น่วมคง อายุ 56 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 85/2565 ลงวันที่  17 มิถุนายน 2565  ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร”  5.นายสำเริง  อบรมชอบ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 86/2565 ลงวันที่  18 มิถุนายน 2565  ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร”  และ​ 6.นายสมพงษ์  สิทธิจันทร์ อายุ 61 ปี ผูต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 84/2565 ลงวันที่  17 มิถุนายน 2565  ในข้อหา “รับของโจร” พร้อมด้วยของกลางรถยนต์กระบะสีขาว ทะเบียน 3​ ฒจ-6562 กทม.​ 1​ คัน​ รถกระบะ​สีฟ้า​ ทะเบียน​ 8​ กษ  4821​ กทม. อีก​ 1​ คัน, คีมตัดเหล็กด้ามสีแดง จำนวน 1 อัน, คีมตัดสายไฟด้ามสีเหลือง จำนวน 1 อัน, คีมล็อคเหล็ก จำนวน 1 อัน, ปะแจ เหลื่อน 1 อัน,​ ท่อนเหล็ก 1 ท่อน, เหล็กงัดยาง 1 อัน, โทรศัพท์มือถือ​ 6​ เครื่อง, เสื้อกั๊กสะท้อนแสง 1 ตัว
และผ้าคลุมสีน้ำเงิน​ 1​ผืน (ใช้วันก่อเหตุ)

พล.ต.ท.จิรพัฒน์​ กล่าวว่า​ การจับกุมในครั้งนี้​ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 เวลาประมาณ 06.00 น. ได้มีคนร้ายจำนวน 5 คน ทราบชื่อภายหลัง​ คือ 1.นายจตุรเทพ  จูเทพ, 2.นายธนวิชญ์  แสงสมบัติ, 3.นายทินพันธุ์ ทาดาจันทร์,            4.นายกัมปนาท  น่วมคง​ และ​5.นายสำเริง  อบรมชอบ​ได้เข้าไปก่อเหตุลักม้วนสายไฟ จำนวน 3 ม้วน​ บริเวณโรงแรมเอสแอล แกรนโฮเทล ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นไซด์งานก่อสร้างโปรเจคโรงแรมหรูใจกลางเมืองอ่างทอง​ มูลค่าความเสียหายประมาณ 800,000 บาท จากนั้นนำม้วนสายไฟ จำนวน 1 ม้วน ขึ้นรถยนต์กระบะสีขาว ทะเบียน 3ฒจ-6562 กทม และนำม้วนสายไฟ จำนวน 2 ม้วน ขึ้นรถยนต์กระบะสีฟ้า ทะเบียน 8กษ-4821 กทม.​ ก่อนขับหลบหนีไป จากนั้นนำม้วนสายไฟที่ลักได้มาไปขายที่ร้านขายของเก่า ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี มีนายสมพงษ์  สิทธิจันทร์ เจ้าของร้านรับซื้อไว้ในราคา 290,000 บาท เมื่อขายเสร็จได้ทำการแบ่งเงินกันและได้แยกย้ายกันหลบหนี 

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวน หาข่าว จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปที่ใด จึงได้ออกติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาครบตาม จำนวนทั้งสิ้น 6 คน โดยคนร้ายได้ตระเวนลักทรัพย์ตามไซด์งานก่อสร้าง คอนโด โปรเจคโรงแรมหรูต่างๆในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวนหลายครั้ง จึงได้ทำการจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้​ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและระวังป้องกันภัยจากการถูกลักสายไฟและทรัพย์อื่นๆ จึงแนะนำให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการถูกกลุ่มคนร้ายลักเอาทรัพย์สินไปได้ โดยคนร้ายมักจะเลือกลักเอาทรัพย์สินที่อยู่ในที่ลับตาผู้คน หรือสถานที่ที่ไม่มีการรักษาความปลอดภัย ซึ่งง่ายต่อการก่อเหตุลักทรัพย์ ทั้งนี้ทางตำรวจภูธรภาค 1             จะดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว โดยใช้มาตราการลงโทษทางกฏหมายในฐานความผิดขั้นสูงสุด เพื่อเป็นแบบอย่างมิให้การกระกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว และจะดำเนินการจับกุมการกระทำความผิดลักษณะดังกล่าวอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนสืบไป