“จ่าเอ็ม”เครียด! ไม่ปริปากคนบงการ ขอรับโทษเข้าเรือนจำคนเดียว

อาชญากรรม12 ม.ค. 2568 • 07:51 น.
“จ่าเอ็ม”เครียด! ไม่ปริปากคนบงการ ขอรับโทษเข้าเรือนจำคนเดียว

“ผบก.น.1” ระบุ “จ่าเอ็ม” มือยิง “อดีตสส.กัมพูชา” เครียดหนัก ไม่ยอมปริปากให้ข้อมูลคนชักใยเบื้องหลัง พร้อมเมินพบแม่ ลั่นขอรับโทษคนเดียว ด้าน “ตร.”จ่อหิ้วตัวฝากขังศาลวันนี้ พร้อมคัดค้านประกันตัว

ความคืบหน้ากรณี นายเอกลักษณ์ แพน้อย หรือ จ่าเอ็ม อายุ 41 ปี ผู้ต้องหายิงนายลิม กิมยา อายุ 73 ปี อดีต สส.ฝ่ายค้านของกัมพูชา เสียชีวิตบริเวณเกาะกลางถนน ตรงข้ามวัดบวรนิเวศ เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่ หลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจข้ามแดนไปยังประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมขาติ แต่ไปไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาจับกุมตัวได้ขณะทานอาหารใน ต.ปเรยสวย อ.โมงรึไทร จ.พระตะบอง เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา

ที่ สน.ชนะสงคราม เมื่อวันที่ 12 ม.ค.68  พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 เปิดเผยว่า ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายเอกลักษณ์ ตลอดทั้งคืน ซึ่งนายเอกลักษณ์ มีท่าทีที่เคร่งเครียด แต่ยังคงให้การที่เป็นประโยชน์ในส่วนพฤติการณ์ของตนเอง จนสามารถทำคำรับสารภาพประกอบวิดีโอที่เล่าพฤติการณ์ในคดีอย่างละเอียดได้ครบถ้วน โดยนายเอกลักษณ์ ยืนยันว่าเป็นบุคคลตามกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ทั้งหมด

“เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบปากคำเชิงลึก ถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่น เช่น ผู้มีพระคุณหรือบุคคลผู้ชี้เป้า นายเอกลักษณ์ ยังไม่ให้การที่เป็นประโยชน์ในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากไม่ยอมตอบคำถามและต้องการสูบบุหรี่ แม้ว่าทางตำรวจพยายามที่จะใช้หลักจิตวิทยาในการพูดคุย แต่นายเอกลักษณ์ ก็ยังปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลในเชิงลึก รวมทั้งยังมีอาการสับสนมึนงงว่าทำอะไรลงไปและมีท่าทีวิตกกังวลกลัวว่า บุคคลอื่นที่นายเอ็มให้การถึงนั้น จะเดือดร้อน ทำให้พนักงานสอบสวนต้องประเมินอาการร่วมกับทนายความและแพทย์ ลงความเห็นว่า นายเอกลักษณ์ ยังมีอาการอ่อนเพลีย อิดโรย และเคร่งเครียด เนื่องจากภาวะพักผ่อนน้อย จึงมีสภาวะที่ยังไม่พร้อมให้ปากคำ ทางพนักงานสอบสวนจึงหยุดการสอบปากคำในเวลา 4 ทุ่ม ก่อนคุมตัวเข้าห้องควบคุมตัว”

สำหรับการควบคุมตัวนายเอกลักษณ์ ตลอดทั้งคืนนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งฝ่ายปราบปรามและสืบสวนเฝ้าบริเวณหน้าห้องควบคุมตัวตลอดทั้งคืน พร้อมทั้งได้จัดหาผ้าห่มให้เพราะเนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีอากาศหนาว โดยนายเอกลักษณ์ สามารถนอนหลับได้ตามปกติ ไม่มีท่าทีจะทำร้ายตัวเองแต่อย่างใด ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ทางตำรวจได้จัดโจ๊กเอาไว้เป็นมื้อเช้า ซึ่งก็สามารถรับประทานได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม นายเอกลักษณ์ ยังมีอาการวิตกกังวลและไม่พร้อมที่จะเจอแม่และญาติ จึงเป็นเหตุทำให้นายเอกลักษณ์ แจ้งความประสงค์ที่จะไม่ขอพบญาติแต่อย่างใด  แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ให้นายเอกลักษณ์  ต่อสายพูดคุยโดยตรงกับแม่ โดยนายเอกลักษณ์ ได้อธิบายให้แม่ฟังเพียงว่า ตนยังไม่พร้อมที่จะเจอ และ ไม่ต้องการอะไร พร้อมกับสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป และจะรับโทษในเรือนจำ ก่อนที่นายเอกลักษณ์ จะตัดสาย ซึ่งหลังวางสายจากแม่เสร็จ นายเอกลักษณ์ ก็ยังมีอาการเครียดและขอบุหรี่สูบทันที

“ยืนยันว่า ทางตำรวจได้ทำคดีนี้ตามกรอบของกฎหมายและเป็นไปตามรูปคดีอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากนี้ ทางตำรวจทั้งฝ่ายสืบสวนและสอบสวนจะทำการบ้านและเตรียมข้อมูลเพื่อสืบสวนหาบุคคลที่เป็นผู้มีพระคุณและอยู่เบื้องหลังของนายเอกลักษณ์ โดยเฉพาะข้อมูลจากโทรศัพท์ของนายเอกลักษณ์ เมื่อสามารถสืบสวนพิสูจน์ทราบได้แล้วว่าเป็นใคร ก็จะเรียกบุคคลนั้นมาสอบปากคำทันที”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 13 ม.ค.68 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม จะนำตัวนายเอกลักษณ์ ส่งฝากขังต่อศาลอาญา โดยทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม นายเอกลักษณ์ ได้แจ้งความประสงค์กับทนายความว่าจะไม่ยื่นประกันตัวและพร้อมเข้าสู่เรือนจำ เนื่องจากก่อนหน้านี้นายเอกลักษณ์ ก็เคยติดคุกมาแล้วหลายครั้งแล้ว

#ข่าววันนี้ #จ่าเอ็ม #เรือนจำ #กัมพูชา #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์