ตร.รู้ตัวแล้วคนก่อคดียิงเยาวชนอายุ 15 ปากซอยพัฒนาการ 53
พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังประชุมติดตามความคืบหน้าคดียิงเยาวชนอายุ 15 ปีเสียชีวิต บริเวณปากซอยพัฒนาการ 53 ร่วมกับ ผกก.สน.ประเวศ และชุดสืบสวนว่า เบื้องต้นสามารถทราบตัวผู้กระทำความผิดแล้ว แต่ยังขอสงวนรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อรูปคดี แต่ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานโดยเฉพาะด้านนิติวิทยาศาสตร์ จึงจะสามารถดำเนินการขออำนาจศาลออกหมายจับได้ ส่วนเรื่องอาวุธปืน ตอนนี้ยังไม่มีความแน่ชัด ต้องรอได้ตัวผู้ก่อเหตุก่อนถึงจะสามารถสอบปากคำให้ได้ความชัดเจนเรื่องอาวุธปืน
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตัวผู้ก่อเหตุรู้ตัวอยู่แล้วว่าทำอะไรลงไป จึงอยากประชาสัมพันธ์ถึงผู้กระทำความผิดให้รีบมามอบตัวโดยเร็ว เพราะตอนนี้ตำรวจสามารถสืบทราบช่องทางการหลบหนีและยืนยันว่าจะจับตัวได้แน่นอน แต่ถ้าเข้ามามอบตัวจะเป็นผลดีต่อตัวเองมากกว่า
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถนำตัวผู้อยู่ในกลุ่มฝั่งผู้ก่อเหตุ 2 คนมาให้ข้อมูลกับชุดสืบสวน เบื้องต้นให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับรูปคดีและปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังคงกันไว้เป็นพยาน เนื่องจากยังไม่มีพยานหลักฐานที่สามารถระบุได้ว่าสองคนนี้เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด แม้เป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็ตาม ส่วนผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
สำหรับแรงจูงใจในการก่อเหตุ ทราบว่าไม่ได้เป็นเรื่องของสถาบันการศึกษา เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งสองกลุ่มส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนอกระบบ แต่มีการท้าทายกันทางโซเชียลอยู่ตลอดและจากประวัติพบรายงานการก่อเหตุในลักษณะปั่นป่วนระหว่างสองฝ่ายมาก่อน
ทั้งนี้ ตนก็เห็นใจว่า ไม่มีผู้ปกครองคนไหนอยากให้ลูกทำแบบนี้ แต่ก็อยากฝากให้ทางพ่อแม่ผู้ปกครอง ว่า เป็นหน้าที่ที่ต้องทำความเข้าใจไปยังบรรดาลูกหลานคนนั้นเองว่า ให้รู้จักผิดชอบชั่วดี อย่าไปก่อเหตุหรือกระทำความผิดอะไรในลักษณะแบบนี้ ตนเข้าใจ ว่าเป็นวัยรุ่นอยู่ในช่วงที่ใจร้อน รักพรรคพวก จะห้ามอะไรก็ยาก แต่ก็เชื่อว่า ครอบครัวจะเป็นด่านแรกที่สามารถสกัดและสั่งสอนให้ลูกรู้จักผิดชอบชั่วดี มิเช่นนั้นก็จะออกมาก่อเหตุในลักษณะแบบนี้จนเสียอนาคตของตนเองไป
นอกจากนี้ ทางตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดในการกวาดล้างอาวุธปืนหรือลักษณะการรวมกลุ่มของเยาวชนที่สุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ก่อเหตุและกลุ่มผู้เสียชีวิตทั้ง 2 กลุ่ม ทางเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับทั้งสองฝ่ายและป้องกันการก่อเหตุซ้ำสอง รวมทั้งจะะดำเนินการปรับปรุงเพิ่มความเข้มงวดในแผนระงับเหตุอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก