เจ้าของหมู่บ้านดังวังน้อย พร้อมโอนบ้านให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินครบ จ่อแจ้งความจับสาวใหญ่ซ้ำ

อาชญากรรม20 มี.ค. 2566 • 15:45 น.
เจ้าของหมู่บ้านดังวังน้อย พร้อมโอนบ้านให้ผู้ซื้อที่ชำระเงินครบ จ่อแจ้งความจับสาวใหญ่ซ้ำ

จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 66. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้อย  นำหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 75/66  เข้าทำการจับกุม นส.จุฑารัตน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาฐานความผิดฐาย"ฉ้อโกงประชาชน และ โดยทุจริต หรือ โดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าจะทั้งหมด หรือ บางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ที่หมู่บ้านจัดสรรสิชล ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ตามที่ ร.ต.อ.เดชา ศรีสมศักดิ์  รอง สวป.(สอบสวน) สภ.โคกขาม  ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรสาคร หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหา หลบหนีหมายจับมาประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเขตพื้นที่ ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

 

วันที่  20 มี.ค.66 ที่ หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่่ง  ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  น.ส.สุภัคชุดา กรรมการผู้จัดการบริษัท เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นพอตนทราบเรื่อง จึงเดินทางเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ภัทรคุณ  แสงทอง รอง สวป.(สอบสวน)   ว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2566 เวลาประมาณ 16.38 น.ผู้แจ้งมา สภ.วังน้อย เพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่าผู้แจ้ง น.ส.พิศยาห์  หรือ น.ส.สุภัคชุดา เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าบุคคลที่มีรายชื่อที่ปรากฎดังต่อไปนี้ประกอบด้วย 1.นางสาวจุฑารัตน์  2. นายโรจน์นินทร์   3. นายอภิชาติ 4.นางนนท์การ 5 นายจารุ 6.นายธนวัฒน์  และ 7. นายพิชัย  (สงวนนามสกุล) ว่าบุคคลทั้ง 7 คนไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น หรือหุ้นส่วนของทางบริษัท หรือ เป็นพนักงานของทางบริษัท หรือ เกี่ยวข้องใดๆ กับทางบริษัท หากบุคคลกลุ่มดังกล่าวกระทำการใดๆที่เกิดขึ้นหลังจากนี้บริษัท ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และ จะไม่รับผิดชอบในการดำเนินการต่างๆทุกกรณี
ซึ่งทางบริษัทอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในการกระทำมาผิดของกลุ่มคนที่ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


ที่สำนักงานจัดสรรฯ พ่อค้า-แม่ค้า  ที่ทำสัญญาซื้อ-ขาย หมู่บ้านจัดสรรที่ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน ต่างพากันมา ตรวจสอบเอกสารและใบเสร็จตามที่ซื้อที่-ขายตามที่ตกลงกันไว้กว่า 36 หลังคาเรือน 

นายยุทธศักดิ์  กิตติวรพิภัทร  เจ้าหน้าที่กฎหมายและสินเชื่อของบริษัท  กล่าวว่า บริษัทได้แจ้งให้ผู้ซื้อเข้าใจเป็นที่เรียบร้อย และพร้อมทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อทุกหลัง ที่ชำระค่างวดครบนอกจากกนี้ยืนยันได้ว่า หลังเกิดปัญหาทางบริษัท ได้นิ่งนอนใจ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำดังกล่าว  และยินดีให้ความร่วมมือกับทางผู้ซื้อและขอเวลาตรวจสอบเอกสารสัญญาซื้อขาย
เพื่อตรวจสอบว่ามีลูกค้ารายใด ที่ยังได้ดำเนินการกรณีผู้ซื้อที่ชำระเงินกับทางบริษัทครบแล้ว  ยืนยันว่าบริษัทพร้อมโอนเอกสารสิทธิ์ ให้ได้พักเข้าอาศัยทุกคนต่อไป