ด่วน!! “ดำรงค์” จี้อธิบดีอุทยานฯ แจ้งความ “โกทร” บุกรุกเขาใหญ่

อาชญากรรม13 มิ.ย. 2565 • 12:29 น.
ด่วน!! “ดำรงค์” จี้อธิบดีอุทยานฯ แจ้งความ “โกทร” บุกรุกเขาใหญ่

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ นายสุนทร วิลาวัลย์ บิดา ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีถูกกล่าวหาว่า สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐออกโฉนดที่ดินบุกรุกป่าเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่พื้นที่ จ.ปราจีนบุรี โดยป.ป.ช.ระบุว่าในส่วนของคดีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ สำหรับการออกโฉนดที่ดินในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น คดีความจะหมดอายุในวันจันทร์ที่ 13 มิ.ย. นี้ ซึ่งการบุกรุกออกโฉนดเกิดขึ้นเมื่อปี 2545 แต่ เพิ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีและป.ป.ช.เพิ่งรับเป็นคดีเมื่อปี 2563 และนายสุนทร วิลาวัลย์ ยังไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อมอบตัวแต่อย่างใดนั้น โดยหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะไม่สามารถเอาผิดนายสุนทรได้นั้น

วันที่ 13 มิถุนายน 2565  นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ในฐานะอดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่จะหมดอายุความต้องเข้าใจว่าเป็นการดำเนินการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีอาญามาตรา 151 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง ในเรื่องการทุจริตร่วมกันออกโฉนดโดยมิชอบ ซึ่งเกิดเหตุเมื่อปี 2545 คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่ามีนักการเมืองและข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง ไมใช่ชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ทางตำรวจจึงส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการโดยอัตโนมัติ ตนเข้าใจว่ามีการจับกุมดำเนินคดีเมื่อปี 2560 และ ป.ป.ช.รับเรื่องในปี 2563 และเร่งดำเนินการมาจนชี้มูลความผิดว่ามีการออกโฉนดโดยมิชอบ

โดย นายดำรงค์ กล่าวว่า คดีที่หมดอายุความจึงเป็นเรื่องของตัวโฉนด แต่ไม่ใช่ว่าโฉนดจะตกเป็นของนายสุนทร และเป็นคนละเรื่องกับการบุกรุกอุทยานฯ ซึ่งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ส่วนตัวโฉนดที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไว้แล้วก็ส่งเรื่องให้ศาลตัดสินและเพิกถอนต่อไป ซึ่งต้องเข้าใจว่าตอนเจ้าหน้าที่ไปจับก็ยังไม่แน่ใจว่าโฉนดออกมาโดยชอบหรือไม่ แต่เป็นการไปจับในส่วนที่บุกรุกพื้นที่เกินออกมาจากโฉนดที่นำมาอ้าง ซึ่งตอนนี้ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลว่าโฉนดดังกล่าวออกมาโดยมิชอบชัดเจน

นายดำรงค์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาอาจไม่เคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องชัดเจน จึงทำให้สังคมเกิดความสับสนในเรื่องการขาดอายุความของคดีและการดำเนินการในส่วนของ ป.ป.ช. ทั้งนี้ในกรณีการบุกรุกอุทยานฯ สิรินาถ จ.ภูเก็ต ที่ตนและเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เคยจับกุมดำเนินคดีกับรีสอร์ตและโรงแรมหรูไว้หลายแห่ง ก็เป็นในส่วนของเอกชนและกลุ่มทุนที่ร่วมกันออกโฉนดหรือ น.ส.3 ก. ในพื้นที่ ยังไม่ได้ปรากฏชื่อนักการเมืองมีส่วนร่วมชัดเจน ซึ่งล่าสุดทราบว่าในส่วนของโรงแรมพูลแมน ภูเก็ต อคาเดีย ในทอนบีช ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาออกมาแล้วว่าให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. เลขที่ 984 เนื้อที่ 13 ไร่ และให้ผู้ครอบครองและบริวารออกจากพื้นที่ ดังนั้นกรมอุทยานฯ จึงต้องเข้าไปรื้อถอนโรงแรมดังกล่าวออกจากพื้นที่อุทยานฯ สิรินาถต่อไป