สำนักงานอัยการสูงสุดแต่งตั้งคณะโฆษกชุดใหม่
สำนักงานอัยการสูงสุดแต่งตั้งคณะโฆษกชุดใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งที่ 2284 /63 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2563 แต่งตั้งโฆษกและ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้คณะโฆษกมีภารกิจในการสร้างความเข้าใจและให้ข้อมูลข่าวสาร ที่ถูกต้อง รวดเร็ว และทันเหตุการณ์ต่อสังคม รวมถึงการส่งเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุด ในการปฏิบัติภารกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสม โดยแต่งตั้ง คณะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ดังนี้โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ
รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด จำนวน 5 คน ประกอบด้วย
1. นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา
2. นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ ๑ สำนักงานคดีพิเศษ
3.นายกฤษฎา กสานติกุล อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการอัยการและเลขานุการผู้ตรวจการอัยการ (นายวิเชียร สุดรุ่ง)
4.นางสันทนี ดิษยบุตร อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ สถาบันนิติวัชร์
5.นายจิตภัทร พุ่มหิรัญ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
โดยให้คณะโฆษกมีอำนาจหน้าที่แถลงข่าวและชี้แจงข้อมูลต่างๆ ในนามสำนักงานอัยการสูงสุด ตลอดจนพิจารณาให้ข้อมูลข่าวสารที่ตรงกับข้อเท็จจริงและทันต่อเหตุการณ์ในทุกกรณีตามความเหมาะสม โดยให้ถือปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเชิญพนักงานอัยการหรือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสำนักงานอัยการสูงสุดส่งข้อมูล และข่าวสาร รวมทั้งสนับสนุนการแถลงข่าวหรือประชาสัมพันธ์ตามความจำเป็น
นอกจากนั้นแล้วยังจัดให้มีการรับฟังข้อมูลข่าวสารและข้อคิดเห็นจากประชาชนหรือสื่อมวลชน เพื่อนำมาพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตลอดจนติดตาม รวบรวม และตรวจวิเคราะห์ข่าวสารที่เกี่ยวกับสำนักงานอัยการสูงสุด จากสื่อประชาสัมพันธ์ และช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะข่าวสารที่มีผลกระทบต่อสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานอัยการสูงสุด และพิจารณาหาแนวทาง แก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขต่ออัยการสูงสุด
รวมทั้งดำเนินการแก้ไขผลกระทบตามที่อัยการสูงสุดมอบหมายโดยเร่งด่วน พร้อมติดตามผลการแก้ไขเรื่องที่ได้ดำเนินการแล้ว ผ่านการตรวจติดตามข่าว อย่างใกล้ชิดโดยจัดทำรายงานข่าว พร้อมบทวิเคราะห์ผลกระทบต่อภาพลักษณ์สำนักงานอัยการ และรายงานอัยการสูงสุดทราบ