รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเผยยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของพยานในคดีเงินดำหลังอ้างถูกบีบคอและผลักจนสลบ 

อาชญากรรม14 ก.พ. 2567 • 09:58 น.
รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเผยยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของพยานในคดีเงินดำหลังอ้างถูกบีบคอและผลักจนสลบ 

วันที่ 14 ก.พ.67  ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญขาการตำรวจนครบาล ร่วมประชุมกับชุดสืบสวนคลี่คลายคดี

โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า เมื่อคืนนี้ สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุพบศพที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท6 จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพจากนั้นแจ้งนิติเวช และพฐ.เข้ามาตรวจสอบ และที่เกิดเหตุพบ พยานอ้างว่า เสมือนเป็นแม่บุญธรรมของผู้ตาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำอยู่ เพราะพยานพูดไทยไม่ได้ พูดอังกฤษไม่ได้ จึงต้องใช้ล่ามแปล และกำลังสอบถามอยู่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในห้องดังกล่าวนั้น  จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว รวมถึงการไล่กล้องวงจรปิด พบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้นัดพบกับชาย2คนที่โรงแรมใกล้ๆ คือนายวิลเลี่ยม และนายจอห์น โดยมีการพูดคุยเจรจากัน จากนั้นทั้ง3คนได้เดินทางออกจากโรงแรมที่นัดพบ กลับมายังที่พัก และได้ขึ้นลิฟท์ไปที่ห้องพัก 

หลังจากนั้นตัวผู้ตายได้มาส่งผู้ต้องสงสัย คือ นายวิลเลี่ยม ลงมาข้างล่าง แล้วผู้ตายกลับมาพร้อมกับพยาน แล้วขึ้นไปห้องพักพร้อมกัน ซึ่งระหว่างนั้นก็มีผู้ต้องสงสัยชื่อนายจอห์น รออยู่ที่ห้องพักอยู่แล้วตั้งแต่ขึ้นไปพร้อมกันครั้งแรก แล้วสักพักผู้ตายก็ลงมารับนายวิลเลี่ยม ซึ่งไม่ทราบว่สไปไหนกันมา แล้ววิลเลี่ยมกับผู้ตายก็ขึ้นไปห้องพัก จึงสรุปได้ว่า ช่วงเวลา 22.22น. มี คนอยู่ในห้องพักทั้งหมด 4คน คือผู้ตาย พยาน นายจอห์นและนายวิลเลี่ยม หลังจากนั้น11นาที เห็นนายจอห์น กับนายวิลเลี่ยม ลงลิฟท์มา แลัวออกหลบหนีไปทางสุขุมวิทซอย6 ออกไปทางซอย9 และซอย11 ซึ่งขณะนี้ ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างติดตามตัวชายดังกล่าวทั้ง2คน เพราะเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หลังจากซักถามพยานให้การว่า ถูก2คนนี้ทำร้าย โดยการ บีบคอ และผลักจนสลบ แล้วมีภาพวงจรปิดเห็นว่า พยานหญิงรายนี้ ลงมาจากลิฟท์ 5ทุ่มนิดๆ แล้วมาแจ้ง รปภ.แล้ว รภป.ก็ไปเจอสภาพศพ นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุ ยังเจอกระเป๋าหนึ่งใบที่มีผง และกระดาษเป็นลักษณะรวมกันเป็นแท่ง อยู่ภายในห้องด้วย

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ว่า มีเหตุใดเกิดขึ้น แต่น่าเชื่อว่า เป็นเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท และมีการอ้างว่าทรัพย์สินในห้องพักหายไปประมาณ5ล้านบาทโดยจะขอสอบสวนปากคำพยานให้เสร็จสิ้นก่อน และตอนนี้ได้ร่วมมือกับ สตม. และฝ่ายสืบสวนให้ บช.น. โดย ตม.ได้ตั้งระบบไว้แล้วว่าห้ามบุคคลต้องสงสัยตามภาพออกนอกประเทศ และสกัดทุกด่าน  ส่วนกระบวนการจะเป็นแก๊งเงินดำหรือไม่ ก็ขอให้กระบวนการสอบสวนเสร็จสิ้นก่อน

โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ทราบเพียงชื่อเล่นตามที่พยานบอกแล้วพบกันครั้งสองครั้ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นชาติใด แต่พยานบอกเป็นชาวสก็อตแลนด์ และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ผ่านด่านตม.ด่านไหนและเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร จากการสอบถามพยานพบว่า ผู้ตายเดินทางมาทั้งหมด 52ครั้ง โดยอ้างว่ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ไป-กลับ กรุงเทพจากย่างกุ้ง กรุงเทพไปฮานอย ด้วย และผู้ตายน่าจะมีการทำธุรกิจบางอย่างในเมืองไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล และประสานสถานทูตพม่า ว่ามีประวัติอย่างไรบ้าง

ส่วนการเปิดเข้าพัก อยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่า มีการเปิดห้องพักนี้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ.โดยมีเอเจ้นท์เปิดให้ แต่ผู้ตายเข้ามาวันที่ 7 ก.พ. ส่วนนางเทเทวิน คนที่อยู่ในห้องที่เป็นพยาน เป็นญาติผู้ใหญ่ ไม่ใช่แม่ และคนละส่วนกับเอเจ้นท์

ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบโดยละเอียด แต่สภาพในเบื้องต้นพบร่องรอยการต่อสู้ และขณะนี้คำให้การของพยาน ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนว่าเชื่อถือได้หรือไม่ เพราะสภาพการถูกผลักหรือถูกทำร้ายแล้วทำให้สลบ รวมถึงมีเหตุการตายเกิดขึ้น แล้วยังไม่รู้ตัว แต่มีการมาแจ้งหลังคนร้ายหนีไปแล้วครึ่งชั่วโมงจึงต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน โดยจะส่งพยานไปให้แพทย์นิติเวชตรวจร่างกายด้วย ส่วนประเด็นว่า พยานมาอยู่ในห้องทำอะไรนั้น ต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อน และจากการซักถามพยานอ้างว่า ผู้ตายทำการการกู้เงินจากต่างประเทศ มาทำธุรกิจกับ2คนนี้ เมื่อตำรวจมาเจอที่เกิดเหตุ เป็นเรื่องของ ‘เงินดำ’ เลยต้องทำการสืบสวนสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อน

โดยสภาพที่เกิดเหตุ มีการลากกระเป๋าที่มีผงใช้ทำเงินปลอม ซึ่งมีลักษณะของการปลอมแปลงเงินตราต่างประเทศ และจากการตรวจสอบมือถือของผู้ตาย มีภาพเงินดอลล่าร์ด้วย ส่วนตัวผู้ต้องสงสัย ยังอยู่ในประเทศหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบเทียบเคียงด้วยระบบไบโอแมททริก และเร่งติดตามตัวทั้งสองคน ทั้งนี้ที่พยานอ้างว่า ผู้ตายถอนเงินมาเก็บไว้ให้ห้อง 5ล้านบาท และคนร้ายพยายามยื้อแย่งเงินจนเกิดการต่อสู้กัน แล้วพยานก็โดนบีบคอ แล้วผลักจนสลบไปแล้วผู้ตายถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

เอเจ้นท์ เผยผู้ตายและพยานมาขอซื้อคอนโด อ้างอยากทำธุรกิจในไทย ยันไม่ทราบว่าทั้งคู่ข้องเกี่ยวกับ ”เงินดำ“

ด้าน นายอู๋ (นามสมมุติ) หนึ่งในเอเจ้นท์ เผยว่า เมื่อช่วงต้นปี 67 ที่ผ่านมา ผู้ตายและพยานได้ติดต่อขอซื้อห้อง เนื่องจากลี้ภัยเข้ามา ประกอบกับอยากทำธุรกิจในไทย แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าธุรกิจใด โดยพยานอ้างว่ามีเงินสดเป็นจำนวนมาก พร้อมระบุแบบห้องที่ต้องการ แต่ด้วยความหวังดี ตนจึงแนะนำให้ลองเช่าอยู่ก่อนสัก 1 ปี  โดยห้องนี้เป็นห้องที่ผู้ตายอาศัยอยู่เพียงคนเดียว ส่วนพยานนั้นพักอาศัยย่านทองหล่อ แต่จะไปมาหาสู่ผู้ตายเป็นประจำ 

ส่วนการจ่ายค่าเช้าห้องนั้น ผู้ตายและพยานผลัดกันจ่ายค่าห้องดังกล่าว ซึ่งฝ่ายชายจ่ายตรงเวลา แต่ฝ่ายหญิง มักจ่ายไม่ตรงเวลา และขาดจ่ายไปบ้างบางเดือน ส่วนตัวตนคาดน่าจะมีปัญหาด้านการเงิน เพราะเคยมายืมเงินตนและเอเจ้นท์ของตน แต่ผู้ตายเคยเตือนตนไว้ว่าหากพยานมายืมเงินนั้น ไม่ต้องให้ 

สำหรับธุรกิจที่พยานเคยบอกว่าจะมาหาทำในไทยนั้น ตอนแรกตนคิดว่าเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการขายตรงเพราะวันที่ขนของเข้ามาอยู่นั้น มีของเป็นจำนวนมาก และทุกครั้งที่ตนไปที่คอนโดของพยาน มักจะเห็นนั่งจับกลุ่มอยู่กับชาวต่างชาติด้วยกัน ไม่ได้คิดถึงว่าจะทำอาชีพเงินดำนี้ ซึ่งตนพึ่งมาทราบเรื่องหลังจากนักข่าวมาถาม