มูลนิธิปวีณาฯ รุดช่วย ด.ช.10 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงติดยาทำร้ายทุบตี
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 17 ส.ค.65 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.เอกดิษฐ์ สีมูล รอง ผกก.ป.สน.ประเวศ นำกำลังตำรวจ สน.ประเวศ พร้อมด้วย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ นางราตรี แฉล้มวารี หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าตรวจค้นห้องพักชั้น 7 อาคารเอ คอนโดแห่งหนึ่ง ถนนเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ซอย 21 แขวงหนองบอน เขตประเวศ เพื่อเข้าช่วยเหลือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 7 ขวบ หลังได้รับการประสานจากมูลนิธิปวีณาฯ ว่า ด.ช.เอ ถูกพ่อเลี้ยงซึ่งติดยาเสพติดทำร้ายร่างกายทุบตีอย่างหนัก โดยทันทีไปถึง พบ ด.ช.เอ และครอบครัวอาศัยอยู่ในห้องพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวผู้ปกครองมาสอบปากคำโรงพัก และเข้าช่วยเหลือเด็ก
นายศักดิ์สิทธิ์ พ่อเลี้ยงของ ด.ช.เอ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าได้ทำการตีและทำร้ายร่างกายลูกจริง แต่เป็นการตีเพื่อต้องการสั่งสอน เนื่องจากลูกซุนซนและมีการพูดจาหยาบคาย บางครั้งถึงขั้นแอบเล่นไฟแช็ค ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้นยอมรับว่าเคยถูกดำเนินคดี แต่ปัจจุบันมีการเคี้ยวใบกระท่อมและใช้กัญชาหลังจากเปิดเสรี ซึ่งการที่ชาวบ้านบอกว่าตนทำร้ายร่างกายลูกนั้น ตนไม่สามารถห้ามความคิดใครได้ ทั้งนี้ หากทางเจ้าหน้าที่จะรับไปดูแลตนก็ยินดี เนื่องจากไม่มีกำลังในการส่งเลี้ยงดูเพราะมีฐานะยากจน โดยตนเพิ่งได้มาเลี้ยงดูลูกเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ต่อมาเวลา 18.30 น. ที่สน.ประเวศ เจ้าหน้าที่คุมตัวนายศักดิ์สิทธิ์ และน.ส.ฤทัยรัตน์ แม่ของ ด.ช.เอ ทำการสอบปากคำและตรวจหายาเสพติด โดยนางปวีณา กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 15.00 น. พลเมืองดีได้แจ้งมาว่ามีเด็กถูกตีทุกวัน และวันนี้ถูกตีหนักมาก กลัวว่าเด็กจะเป็นอันตราย และทราบมาว่าทั้งพ่อเลี้ยงและแม่ๆ อาศัยอยู่ในบ้าน จึงประสานตำรวจเข้าข่วยเหลือ ซึ่งต้องขอบคุณพลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสให้มเพราะทุกวันนี้มีปัญหาสังคมเยอะมาก เมื่อแจ้งเบาะแสมาจะช่วยเหลือทันที หลังจากนี้ เด็กจะอยู่ในความดูแลของ พม. และทาง พม. จะเป็นผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 40 ข้อหาทำร้ายร่างกายเด็ก และพยานหลักฐานที่พลเมืองดีแจ้งมา ทั้งนี้ ตัวเด็กได้พูดชัดเจนว่าถูกพ่อเลี้ยงและแม่แท้ๆ กระทำ โดยรุยแรงสุดคือถูกพ่อเลี้ยงกระทืบ จากนี้จะส่งตัวเด็กไปดูแลที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ต่อไป
ขณะที่ พ.ต.อ.สุพล กล่าวว่า จากนี้จะทำการตรวจสอบสอบสารเสพติดในร่างกายพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็ก หากพบสิ่งผิดกฎหมายก็จะดไเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกับทางผู้ต้องหาแต่อย่างใด
ขณะที่ นางราตรี กล่าวว่า จากการพูดคุย ในส่วนของตัวเด็ก จากนี้จะตรวจร่างกายและฟื้นฟูสภาพจิตใจ ส่วนสภาพร่างกายนั้นมีร่างกายค่อยข้างเล็ก รวมถึงจะให้แพทย์ทำการประเมินอีกครั้ง เพราะเท่าที่ทราบ เด็กยังไม่เคยไปโรงเรียน ซึ่งถือว่ามาตรฐานการเลี้ยงดู อย่างไรก็ตาม เด็กสามารถโต้ตอบได้อย่างดี และดีใจเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ