"พระครูกิตติ"คุก 39 ปีคดีเงินทอนวัด

อาชญากรรม18 เม.ย. 2562 • 22:00 น.
"พระครูกิตติ"คุก 39 ปีคดีเงินทอนวัด
"ศาลอาญาฯ"สั่งจำคุก "พระครูกิตติ" 39 ปี เจ้าคณะอำเภอชนแดน คดี"เงินทอนวัด"สำนวนแรก ศาลลดโทษ1 ใน3เหลือคุก26ปี ขณะที่"ทนาย"ลั่นยื่นประกันสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ที่ห้องพิจารณาคดี 8 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 เม.ย.62 ศาลอ่านคำพิพากษา คดีฟอกเงินทอนวัด สำนวนแรกหมายเลข อท.38/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามทุจริต 1 เป็นยื่นฟ้อง "พระครูกิตติ พัชรคุณ"อายุ 55 ปี เจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าอาวาสวัดลาดแค อ.ชนแดน หรือ นายสมเกียรติ ขันทอง เป็นจำเลย ในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินนั้น ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 , 5 (1) (2) (3) , 9 , 60 กรณีที่ "พระครูกิตติ" ร่วมกับ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อายุ 60 ปี อดีตผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือพศ. ซึ่งยังหลบหนีตั้งแต่ชั้นสอบสวนของ ปปป.(อัยการมีความเห็นสั่งให้ฟ้องไว้แล้ว พร้อมให้ออกหมายจับติดตามตัวมาดำเนินคดีภายในอายุความ 20 ปี ซึ่งคดีจะขาดอายุความในวันที่ 21 ม.ค.79) วางแผนยักย้าย-ถ่ายโอนเงินทอนวัด ราว 24 ล้านบาทเศษ ที่ได้เบียดบังจากการทุจริตจัดสรรงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ที่เป็นเงินอุดหนุนให้ 12 วัด 13 รายการ จำนวน 28 ล้านบาทเศษ ในการบูรณะปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมวัด หรือเพื่อโครงการศึกษาพระปริยัติธรรม หรือโครงการเผยแผ่กิจกรรมทางศาสนา ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ลงโทษ 13 กระทง จำคุกกระทงละ 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยไว้ 26 ปี ส่วนคำขออื่นให้ยก ต่อมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ได้ควบคุมตัว "พระครูกิตติฯ" จำเลย ไปยังห้องคุมขังชั้นใต้ถุนศาล ระหว่างรอฟังผบการขอประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์ ด้าน ทนายความของพระครูกิตติฯ ได้เปิดเผยสั้นๆ ว่า ขณะนี้กำลังเตรียมคำร้องและหลักทรัพย์เพื่อจะยื่นขอประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ "พระครูกิตติฯ"นั้น ยังถูกอัยการฟ้องคดีอนาจารเด็กหญิง 3 คน อายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งถูกล่อลวงไปยังกุฏิที่พักของ "อดีตพระครูกิตติ" เมื่อช่วงปี 2548-2549 ไว้ต่อศาลอาญาด้วย โดย "พระครูกิตติฯ" ได้ประกันตัวไปวงเงิน 200,000 บาท ขณะที่ศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศเช่นกัน ส่วนคดีศาลอาญาสืบพยานเสร็จสิ้นและนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. สำหรับการร่วมฟอกเงิน การทุจริตงบประมาณของ พศ.ราว 150 ล้านบาท ที่เป็นเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ปี 2557 และโครงการศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา และโครงการของสำนักงานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และความมั่นคงฯ ของวัดสระเกศฯ จำนวน 63,700,000 บาท มีคดีที่อัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต ได้ยื่นฟ้องอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในวัดเขต กทม.อย่างวัดสามพระยา และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กับกลุ่มฆราวาสชาย-หญิง รวม 10 ราย ที่ร่วมรับเงิน ฐานฟอกเงินและปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ไว้แล้วต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง รวม 3 สำนวน คดีหมายเลขดำ อท.196/2561 , อท.197/2561 , อท.205/2561 โดยทั้งหมดถูกขังในเรือนจำไม่ได้รับการประกันตัวชั้นพิจารณา ซึ่งคดีอยู่ระหว่างรอไต่สวนพยาน ส่วนกลุ่มอดีตข้าราชการ พศ.ระดับบริหารนั้น ได้แก่ นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. กับพวกรวม 4 คน อัยการก็ได้ยื่นฟ้องคดีไว้แล้วต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 เป็นคดีหมายเลขดำ อท.3/2562 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างรอไต่สวนพยานเช่นกัน