ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์นายทุนยาเสพติดล็อตใหญ่ พื้นที่นครปฐม กว่า 8 ล้าน
ป.ป.ส. จับมือภาคี ขยายผลยึดทรัพย์นายทุนยาเสพติดล็อตใหญ่ ในพื้นที่ จ.นครปฐม รวมมูลค่ากว่า 8 บ้านบาท หลังรวบ 4 สมุนเครือข่ายลำเลียง พักเก็บ และแพร่กระจายยาเสพติดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
จากกรณีการจับกุมและตรวจยีดยาเสพติดที่ จังหวัดนครปฐม ห้วงวันที่ 27-29 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมี นายธนากร คัยนันท์ รองเลขาชิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายวรวิจิตร ไขยเพิ่ม นักตรวจสอบภาษีชำนาญการพิเศษปฏิบัติหน้าที่นักตรวจสอบภาษีเชี่ยวชาญ กรมสรรพากร นายสุวิจักขณ์ ธรรมชัยพจน์ ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงาน ปปง. พันตำรวจเอก วิทัศน์ บริรักษ์ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาสพติด และพต.อ ประสงค์ อานมณี รองผู้บังคับการ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กว่า 30 นาย
วันที่ 3 ต.ค.66 ที่ห้องประชุมชิดชัย วรรณสถิตย์ อาคาร 2 ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. (ดินแดง) ทาง ป.ป.ส. ได้จัดให้มีการประชุมพิจารณากำหนดแนวทางการสืบสวนขยายผลและการยึดทรัพย์เครือข่ายการค้ายาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดนครปฐม ห้วงวันที่ 27-29 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมี นายธนากร คัยนันท์ รองเลขาชิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายวรวิจิตร ไขยเพิ่ม นักตรวจสอบภาษีชำนาญการพิเศษปฏิบัติหน้าที่นักตรวจสอบภาษีเชี่ยวชาญ กรมสรรพากร นายสุวิจักขณ์ เจ้าร่วมประชุมในครั้งนี้
พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ ผอ.ปปส. ภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 1 คน พร้อมรถยนต์ 1 คัน ของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 6 ล้านเม็ด ไอซ์ 30 กิโลกรัม
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ ได้ทำการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่และดำเนินการสืบสวนขยายผล พบว่าผู้ต้องหาในคดีนี้ มีพฤติการณ์ใช้รถยนต์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยอำพรางกับพืชผลทางการเกษตร จากพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยเกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายตำรวจ ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส. สืบสวนจับกุม
ซึ่งคืนวันที่ 30 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยบรรทุกผักกะหล่ำเต็มกระบะท้าย ขับมาจากเส้นทาง อ.เชียงดาว มุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองเซียงใหม่ จึงได้เรียกเพื่อตรวจค้น พบของกลางเป็นยาบ้า 30 กระสอบ ประมาณ 6 ล้านเม็ด และไอซ์ อีก 30 กิโลกรัม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ารับจ้างลำเสียงยาเสพติด จาก ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เซียงดาว จังหวัดเซียงใหม่ ไปยัง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผล ออกหมายจับผู้ร่วมกระทำความผิด เพิ่มเติมอีก 1 ราย และตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน เป็นรถยนต์ 2 คัน บ้านพร้อมที่ดิน 1 หลัง ทองรูปพรรณและทรัพย์สินอื่น รวมมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท
จากสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเครือข่ายนี้ เป็นเครือข่ายของกลุ่มลำเสียงยาเสพติดช่องทางนำเข้าทาง อ.เวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เร่งรัดสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดทุกระดับ ตลอดจนขยายผลยึด ทรัพย์สินของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายเครือข่ายค้ายาเสพติด ตามนโยบายสำคัญที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ไว้เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติด
ด้าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วนภายใน 100 วัน โดยจะให้มีการดำเนินการปราบปรามและยึดทรัพย์อย่างจริงจังเพื่อตัดวงจรการค้า รวมถึงยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ายาเสพติดจากชายแดน ตลอดจนกำหนดให้พื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเป็นพื้นที่เร่งด่วน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยต่อไป