จับกุมพระต่างด้าวเรี่ยไรเงินสดประชาชนย่านนครปฐม

อาชญากรรม29 พ.ย. 2562 • 09:27 น.
จับกุมพระต่างด้าวเรี่ยไรเงินสดประชาชนย่านนครปฐม
วันที่ 29 พ.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของพระรูปหนึ่งในโซลเชียงมิเดีย ที่ออกมาเรียกร้องถึง การจับกุมพระต่างด้าวเรี่ยไรเงินสดประชาชน ในพื้นที่ จ.นครปฐม ว่า เมื่อวันท่ี 22 ต.ค. 2562 เวลา 06.00 น. เจ้าหน้าท่ีชุดสืบสวนปราบปราม ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบแรงงานต่าง ด้าวท่ีผิดกฎหมายในเขตพื้นที่บริเวณตลาดสดสมภพ และบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 5 ต่อมาเวลาประมาณ 07.30 น. มีประชาชน ไม่ประสงค์ออกนามเข้ามาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ ตม.จว.นครปฐม ซึ่งออกปฏิบัติหน้าท่ีอยู่น้ัน ว่าในเขตพื้นที่จังหวัดนครปฐม มีคนต่างด้าวบวชเป็นพระสงฆ์ออกเดินบิณฑบาต โดยมีพฤติการณ์รับปัจจัยเฉพาะเงินสดและสิ่งของจากประชาชน และ ส่วนใหญ่จะออกมาบิณฑบาตแถวตลาดสดพุทธมณฑล และเข้ามาพักอาศัยอยู่ตามสานักปฏิบัติธรรมหรือสถานท่ีที่อยู่ใกล้แหล่ง ชุมชน โดยจะเข้ามาเป็นกลุ่ม โดยบวชเป็นพระสงฆ์มาแล้ว และมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ เจ้าหน้าท่ีชุดสืบสวน ปราบปรามจึงได้ออกตรวจสอบและสืบสวนหาข่าวตามวัดและสถานท่ีปฏิบัติธรรมหลายแหล่ง และได้เข้าตรวจสอบที่สานักปฏิบัติ ธรรม พุทธชยันตรี 2,600 ปี ตั้งอยู่ท่ี ต.บางแก้วฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พบผู้ดูแลสานักฯ ชื่อ พระธีรธนัชณฤทธา เสาวภาคย์ โชติรส สัญชาติไทย และพบพระสงฆ์ สัญชาติกัมพูชา 2 รูป สามเณร สัญชาติกัมพูชา 2 รูป ซึ่งเป็นพระกลุ่มเดียวกันกับที่ประชาชนร้องเรียน เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบเอกสาร หนังสือเดินทาง พบว่าไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารมาแสดง จากการสอบถามได้เดินทางหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักร ทาง ช่องทางธรรมชาติ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่ตารวจจึงได้นำพระสงฆ์และสามเณร ทั้ง 4 รูป ไปดำเนินการลาสิขา โดยความเต็มใจของ พระสงฆ์และสามเณร จากนั้นได้ดำเนินการจับกุมในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" ต่อมาได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2562 พระธีรธนัชณฤทธา เสาวภาคย์โชติรส ได้เดินทางมาที่ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม เพื่อขอทราบรายละเอียดบันทึกจับกุม กรณีดังกล่าวข้างต้น โดยระหว่างรอนั้น พระธีรธนัชณฤทธาฯ ได้เกิดความไม่พอใจต่อเจ้าหน้าที่พร้อมพูดตัดพ้อต่อว่าเจ้าหน้าที่และอัดคลิปวีดิโอ(ไลฟ์สด) โดยพูดต่อว่าเจ้าหน้าที่ด้วยเสียงดังโวยวายกริยาไม่สำรวมและห่มจีวรไม่เหมาะสมเดินไปทั่วบริเวณตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม ซึ่งทำให้ผู้ติดต่อราชการเกิดความตื่นตระหนกตกใจกริยาของพระธีรธนัชณฤทธาฯ และทำให้ภาพลักษณ์ของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐมเป็นไปในทางที่ไม่ดี พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า สำหรับความเกี่ยวข้องของพระธีระนัชณฤทธาฯ นั้น เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม ได้ทำการสืบสวนขยายผลพฤติการณ์ในคดีที่ได้มีการจับกุม พระและสามเณรสัญชาติกัมพูชาก่อนหน้านี้ จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี ให้ดำเนินคดีในฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยต่อมา ศาลจังหวัดนครปฐม ได้อนุมัติหมายจับ พระธีระธนัชณฤทธาฯ ในความผิดฐาน “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยเหลือ หรือช่วยด้วยประการใดๆ แก่คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นการจับกุม” ซึ่งเป็นโทษทางอาญา มีอายุความ 10 ปี ประกอบกับในส่วนพฤติกรรมที่ปรากฏนั้น ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม ได้มีหนังสือไปยัง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระธีระนัชณฤทธาฯ มีความเหมาะสมต่อการครองอยู่ในสมณเพศหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้สังคมคลี่คลายข้อสงสัยถึงความประพฤติต่อสมณเพศดังกล่าว