ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดี"ฟ้องเท็จ-เบิกความเท็จ"ปมความขัดแย้งบริหารงาน ม.รามคำแหง

อาชญากรรม1 ก.ค. 2567 • 11:12 น.
ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดี"ฟ้องเท็จ-เบิกความเท็จ"ปมความขัดแย้งบริหารงาน ม.รามคำแหง

จากกรณีกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2566 จำเลยทั้งสองได้ยื่นฟ้องโจทก์ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ ซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นการฟ้องเท็จโดยกล่าวหาว่าโจทก์แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานหรืออธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2566 ศาลมีคำพิพากษาให้ยกฟ้องและคดีถึงที่สุดไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกาแต่อย่างใด

วันที่ 1 ก.ค.67 เวลา 08.00 น. ที่ ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง โจทก์ พร้อมนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ได้เดินทางมาศาลตามนัดไต่สวนมูลฟ้องในคดี "ฟ้องเท็จ-เบิกความเท็จ" ปมความขัดแย้งบริหารงาน ม.รามคำแหง

โดยนาย สืบพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์  ในคดีที่ได้ยื่นฟ้อง 2 ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยรามคำแหงชุดปัจจุบัน ในข้อหาฟ้องเท็จและเบิกความเท็จต่อศาล  ทั้งนี้ได้เตรียมพยานไว้ 3 ปาก แต่วันนี้มี 2 ปากคือตนเองและอาจารย์อีกท่านหนึ่งที่เป็นนักศึกษาปริญญาเอก

ในส่วนของเนื้อหาของการเบิกความ จะมีการชี้แจงให้ศาลทราบ ในประเด็นที่ถูกกล่าวหา ว่าตนเองทำผิด 19 กรรมที่ศาลแขวงพระนครเหนือ  แต่คดีดังกล่าวศาลแขวงพระนครเหนือ  ได้ยกฟ้องไปแล้วจึงเห็นว่าการที่ฟ้องเราเป็นการฟ้องเท็จ และเบิกความเท็จจึงขอให้ศาลยุติธรรมเป็นตัวช่วยชี้แจงให้สังคมได้เห็นว่าสิ่งที่เราทำไปนั้น ไม่ได้ทำไปเพราะไม่มีอำนาจ แต่ทำไปเพราะมีอำนาจ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ซึ่งที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับผลกระทบ กับชีวิต  เป็นอย่างมาก และตอนนี้ ก็ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง และทำให้เราไม่ได้ทำงาน ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถตามที่พี่น้องอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาเลือกมาให้เป็นอธิการบดีฯ และปัจจุบันก็ไม่ได้เข้าไปทำงาน

วันนี้ จึงต้องการมาเรียกร้องความเป็นธรรม โดยใช้ศาลยุติธรรมเป็นที่พึ่ง