DSI เสวนาพิจารณาคดีค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงานในบริบทของกฎหมาย

อาชญากรรม10 มิ.ย. 2562 • 04:30 น.
DSI เสวนาพิจารณาคดีค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงานในบริบทของกฎหมาย
วันที่ 10 มิ.ย.ที่โรงแรม Grande Centre Point พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI เปิดเผยว่า DSI ร่วมเสวนาเกี่ยวกับการพิจารณาคดีค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ในบริบทของกฎหมายเปรียบเทียบ การค้ามนุษย์ทางเพศ และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็กเป็นอาชญากรรมที่มีการปรับรูปแบบการล่อลวงและการกระทำความผิดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ไปเป็นอันมาก ทำให้การปกป้องคุ้มครองเด็กและเหยื่อการค้ามนุษย์ได้มีการยกระดับเป็นความร่วมมือระหว่างประเทศและมีการใช้เทคโนโลยีพิสูจน์ทราบการกระทำผิดเพื่อเป็นการปกป้องพยานเด็กมิให้ถูกกระทำซ้ำโดยมิได้ตั้งใจจากการดำเนินกระบวนการยุติธรรม ประกอบกับพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2562 ได้มีการเพิ่มเติมฐานความผิดเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ซึ่งส่งผลให้การดำเนินกระบวนพิจารณาจะต้องมีการแยกแยะความแตกต่างอย่างชัดแจ้งระหว่างความผิดฐานค้ามนุษย์ด้านแรงงานกับความผิดฐานบังคับใช้แรงงานหรือบริการ พ.ต.อ. อัครพล บุณโยปัษฎัมภ​์ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานศาลยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการจัดให้มีเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนทางด้านวิชาการระหว่างประเทศเกี่ยวกับการดำเนินคดีค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงาน ตลอดจนการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก จึงได้จัดงาน “การเสวนาของผู้พิพากษาเกี่ยวกับการพิจารณาคดีค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงาน และการแสวงประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก ในบริบทของกฎหมายเปรียบเทียบ” ขึ้นในระหว่างวันที่ 10 - 12 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรม Grande Centre Point (สุขุมวิท 55) โดยมีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีค้ามนุษย์ เข้าร่วมการเสวนา 32 ท่าน และมีผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นผู้พิพากษา อัยการ นักกฎหมาย และผู้บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป เข้าร่วมการเสวนา 12 ท่าน โดยการจัดงานครั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากองค์กรไม่แสวงผลกำไรในประเทศไทยและต่างประเทศ คือ องค์กร Liberty Shared มูลนิธิเอ-ทเวนตี้วัน และองค์กร MAST Human รวมถึงสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (Interpol) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานเสวนาครั้งนี้ คือ การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ในบริบทของกฎหมายเปรียบเทียบระหว่างผู้พิพากษาไทยกับผู้พิพากษา อัยการ นักกฎหมาย และผู้บังคับใช้กฎหมายจากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป โดยจะทำการศึกษาและการวิเคราะห์กฎหมาย แนวปฏิบัติ ปัญหาและอุปสรรค เกี่ยวกับบทบัญญัติของกฎหมายต่างประเทศ การรับฟังพยานหลักฐาน การไต่สวนพยานที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากการกระทำผิด (Traumatized victims) และความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีที่ใช้เป็นสืบสวนและเฝ้าระวังปัญหาการค้ามนุษย์ ตลอดจนเพื่อเป็นการยกระดับการอำนวยความยุติธรรมให้กับเหยื่อการค้ามนุษย์ภายใต้กรอบกำหนดของสิทธิของผู้ต้องหาในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (Due Process)