"บิ๊กปั๊ด" จ่อยกเครื่องระบบจัดเก็บข้อมูลการแจ้งเหตุ-การบริหารกำลังพลขาดแคลนทุกโรงพัก

อาชญากรรม21 ม.ค. 2564 • 14:46 น.
"บิ๊กปั๊ด" จ่อยกเครื่องระบบจัดเก็บข้อมูลการแจ้งเหตุ-การบริหารกำลังพลขาดแคลนทุกโรงพัก
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 ม.ค. ที่ สน.บางเสาธง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เผยหลังประชุมกับชุดคลี่คลายคดีวิสามัญฆาตกรรมที่ สน.บางเสาธง เป็นเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง ว่า ในที่ประชุมมีการพูดคุยกันหลายเรื่อง ทำให้ทราบข้อเท็จจริงมากขึ้น คดีวิสามัญฆาตกรรมจะมีคณะทำงานของ บช.น.ชี้แจงต่อไป ส่วนตนจะเร่งดำเนินการกับปัญหาการขาดแคลนกำลังพลแต่ละโรงพัก และระบบการจัดเก็บข้อมูลแต่ละคดีที่ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ อาทิ คดีนี้เมื่อไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ไปแล้วทราบเพียงว่า มีการแจ้งไประงับเหตุชายคลุ้มคลั่งตั้งแต่เดือน ต.ค.2563 ตำรวจแต่ละชุดที่ไปส่วนใหญ่ก็หมุนเวียนกันไปปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็รายงานสรุปกลับมาว่าผู้ก่อเหตุวางมีดกลับเข้าบ้านไปหรือไม่ก็ยุติการคลุ้มคลั่งไปแล้ว แต่ไม่มีการจัดเก็บระบบว่าใครคลุ้มคลั่ง เป็นอันตรายแค่ไหน และเคยถูกชาวบ้านแจ้งให้มาดำเนินการกี่ครั้งแล้ว หลังจากนี้จะต้องตีความให้ได้ว่าการอาละวาดของคนเมาสุรา หรือผู้ป่วยทางจิต หากเกิดขึ้นบ่อยๆ ซ้ำๆ จะต้องมีโอกาสเกิดขึ้นอีก เมื่อเกิดขึ้นแล้วตำรวจที่ไประงับเหตุต้องเข้าใจสถานการณ์ว่าไปเจอกับอะไร ที่ผ่านมาเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน และจะต้องทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพ ไม่ใช่พอผู้ก่อเหตุวางอาวุธกลับเข้าบ้านไปก็จบ รวมถึงการบริหารกำลังพลในโรงพัก ไม่ใช่แค่ สน.บางเสาธง ที่ขาดแคลนแต่เป็นลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ จะต้องทบทวนการจัดเวรให้มีคนทำงานให้เพียงพอทุกโรงพักต้องทำ สำหรับกฎหมายการดำเนินการกับผู้ป่วยทางจิต มีกฎหมายสุขภาพจิตมาตรา 24 ระบุแล้วหากพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้ป่วยอันตรายตำรวจสามารถคุมตัวไปรักษาได้ซึ่งยอมรับว่า เรื่องนี้ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่จะยังไม่รู้กัน การปรับเปลี่ยนยุทธวิธีการใช้ความรุนแรงตามลำดับขั้นนั้นที่ผ่านมาอย่างที่บอก ได้ดำเนินการมาหลายรุ่นแล้ว แต่เป็นการคัดเอาครูแม่ไก่ไปศึกษาแล้วนำมาถ่ายทอดให้บุคลากรที่โรงพักต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้ตนคิดว่าระบบดังกล่าวคงไม่ทันต่อสถานการณ์แล้ว จะต้องจัดหาวิธีที่ทำให้ไวขึ้น ทั้งการพัฒนาคน จัดหาอุปกรณ์ และเสริมสร้างในเรื่องของยุทธวิธี หลังจากนี้จะเร่งทำทั่วประเทศทั้งระบบการจัดเก็บข้อมูลและระบบการฝึกทบทวนยุทธวิธีที่ตำรวจต้องใช้ เมื่อถามว่า มองการทำงานของคดีที่ สน.บางเสาธง เป็นเรื่องของการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ผบ.ตร.ตอบว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นการละเว้น แต่เป็นเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานที่มีไม่มากพอ ต้องรอผลในส่วนของการตรวจสอบความบกพร่องที่เกิดขึ้นว่าจะเป็นของผู้ใดหรือไม่จะต้องแก้ไขตรงจุดใด ซึ่งทาง บช.น.จะรายงานให้ตนทราบอีกครั้งตามกรอบระยะเวลาประมาณ 7-15 วัน.