จ่อจับคนใกล้ชิดแอมไซยาไนด์
บิ๊กโจ๊ก เดินหน้าสางคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เตรียมขอหมายจับคนใกล้ชิดแอมไซยาไนด์ หลังพบมีส่วนร่วมในการทำลายหลักฐาน ส่งพนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่มแอมเพิ่ม คาดสัปดาห์หน้าสรุปสำนวนส่งอัยการได้
เมื่อวันที่ 15 พ.ค.66 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม ไซยาไนด์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยในวันพรุ่งนี้จะชัดเจนว่าจะแจ้งข้อหาหรือออกหมายจับเพิ่มกับบุคคลใกล้ชิดกับนางสรารัตน์ โดยมีพฤติกรรมร่วมก่อเหตุในลักษณะการแนะนำ ทำลายพยานหลักฐาน และเกี่ยวข้องในบางคดีที่พบมีนางสรารันต์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม อย่างไรก็ตามภายในวันที่ 17 พ.ค.นี้ ทีมสืบสวนจะได้ข้อมูลเส้นทางการเงินจากธนาคารทั้งหมด มาประกอบสำนวน และจะทราบว่ามีบุคคลใดได้รับหรือเกี่ยวข้องกับเงินของนางสรารัตน์บ้าง ซึ่งหากพบมีความผิดก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม
สำหรับบุคคลใกล้ชิดจะเกี่ยวข้องกับผู้ที่คอยแนะนำข้อกฎหมายให้กับนางสรารัตน์หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอเปิดเผย ส่วนการหย่าของสามีที่เป็นตำรวจ ก็เป็นเพื่อหน้าที่การงาน เพราะรู้ว่านางสรารัตน์มีหนี้เยอะ แต่ยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ส่วนการขอเปลี่ยนทนายความในคดีก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่ยังติดต่อให้คำปรึกษาด้านกฎหมายอยู่และเป็นบุคคลที่นางสรารัตน์ไว้ใจ
ในช่วงบ่ายวันนี้ ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน เข้าไปสอบแอมภายในทัณฑสถานหญิงกลางอีกครั้ง โดยจะเป็นการสอบถามในรายละเอียดของคดี และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ซึ่งในเบื้องต้นจากการสอบปากคำเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา แอมก็รับสารภาพในพฤติการณ์ที่กระทำ แต่ปฏิเสธเรื่องการฆ่าผู้อื่น เชื่อว่าพยานหลักฐานก็จะสามารถดำเนินคดีกับแอมได้อย่างแน่นอน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังเปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะสรุปสำนวนในบางคดีส่งให้อัยการพิจารณาได้ โดยในสำนวนจะมีการบรรยายถึงสภาพศพผู้เสียชีวิต การชันสูตรศพ และแผนปทุษกรรมที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันถึง 15 คดี