สอบเข้มหนุ่มแสบอ้างสนิทผู้ช่วยฯต่อศักดิ์ เคลียร์คดีรถยนต์และธุรกิจสีเทา

อาชญากรรม7 ก.พ. 2565 • 20:01 น.
สอบเข้มหนุ่มแสบอ้างสนิทผู้ช่วยฯต่อศักดิ์ เคลียร์คดีรถยนต์และธุรกิจสีเทา
วันที่ 7 ก.พ.65 เวลา 16.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำการสอบปากคำที่บก.ปคม. โดยใช้เวลาการสอบปากคำนานกว่า 2 ชม. โดยระหว่างการสอบปากคำมีผู้เสียหายคือนายเจตนิพัทธ์ ธรรมมะ อายุ 41 ปี ได้มาชี้ตัวพร้อมให้การว่า ตนได้รู้จักกับผู้ต้องหาเมื่อปี 2563 โดยมีคนแนะนำให้ว่าบุคคลดังกล่าวรู้จักกับผู้ใหญ่ ที่สามารถดูแลเรื่องกฎหมายและรูปคดีให้ได้ ส่วนธุรกรรมที่ทำร่วมกันผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับรถยนต์และธุรกิจสีเทา ซึ่งผู้ต้องหาระบุว่าสามารถที่จะเคลียร์ให้ตนได้ โดยผู้ต้องหามีการอ้างถึงผู้ใหญ่ และมีตำแหน่งที่สูง จนทำให้ตนเกิดความเชื่อใจ ซึ่งการจ่ายเงินนั้น ได้จ่ายให้มาตลอดตั้งแต่ปี 2563 จนรู้สึกว่าช่วงหลังให้ไม่ไหวแล้ว เพราะเริ่มก้าวก่ายเข้ามาเรื่องส่วนตัวและเรื่องครอบครัว รวมถึงมีการเช็คโทรศัพท์ด้วย โดยการข่มขู่เริ่มหนักขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2564 ถึง ต้นปี 2565 โดยยังข่มขู่ว่ารู้จักผู้ใหญ่เช่นเดิม มีทีมงานที่สามารถอุ้มไปได้ และมีการส่งตัวอย่างข่าวที่มีการอุ้มโดยทีมงานของบังหมัด ส่งรูปภาพและรถของบังหมัดมาให้ดู เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ต้องหาไม่มีความเกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุวิมล ผู้ช่วยผบ.ตร.นั้น นายเจตนิพัทธ์ กล่าวว่า มีผู้ใหญ่ตรวจสอบให้ว่าผู้ต้องหา ไม่ใช่คนที่รู้จัก พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ จริง จึงไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เพื่อให้จับกุมดำเนินคดีทางกฎหมาย จนสามารถจับกุมได้จากปฏิบัติการบุกจับในวันนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนเงินที่ถูกกรรโชกไปพบว่ามีความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท ขณะที่พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม. กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ชุดสืบสวนได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนถึงพฤติกรรมของนายสราวุฒิ ว่ามีการแอบอ้างว่ารู้จักกับทางพล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล จึงได้นำเรียน ผู้บังคับบัญชาก่อนที่ทางพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. จะสั่งการให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งพบว่ามีการแอบอ้างจริงจึงได้ทำการจับกุม ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์พบว่ามีข้อความหลายข้อความในแอพพลิเคชั่นไลน์ของผู้ต้องหาที่เข้าข่ายการแอบอ้างจริง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรพบว่า ปี 2562 ผู้ต้องหามีคดีฉ้อโกงจำนวน 2 คดี ที่ สภ.สัตหีบ ในเรื่องการออกเช็ค และ สภ.บางละมุง ในข้อหาฉ้อโกงปลอมแปลงเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันฉ้อโกง เบื้องต้นจะทำบันทึกการจับกุมความผิดซึ่งหน้าในเรื่องกรรโชกทรัพย์ ส่ง สน.พระโขนง ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ในส่วนผู้ต้องหานั้นมีการแอบอ้างผู้มีอิทธิพลหลายฝ่าย ตนได้โทรศัพท์ไปสอบถาม พล.ต.ท.ต่อศักดิ์แล้ว และได้สอบถามผู้ต้องหา ผู้ต้องหาได้ขอโทษและบอกว่าคำพูดอาจผิดเพี้ยนไป ทำให้เกิดความเสียหาย ส่วน พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ได้ให้ดำเนินการตามกฎหมาย หากมีการแอบอ้างจริง อย่างไรก็ตามขอฝากว่าในยุคออนไลน์ มีการฉ้อโกงหรือแอบอ้างที่รุนแรงมากขึ้น ขอให้ทุกคนตระหนักว่าอย่าหลงเชื่อคำกล่าวอ้าง โดยเฉพาะการทำธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น เว็บพนันออนไลน์ คนร้ายมักใช้ช่องทางดังกล่าวในการหาผลประโยชน์ ซึ่งกรณีนี้ อาจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายเข้าใจว่าผู้ต้องหาเป็นน้องชายของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ทั้งนี้มีรายงานว่าทางผู้ต้องหาได้แอบอ้างในหลายกรณี โดยกรณีล่าสุดมีการแอบอ้างกับผู้เสียหายว่าสนิทกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และขอเงินผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นค่าของขวัญวันเกิดของพล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ด้วย