สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี เป็นสถานีตำรวจนำร่อง โครงการS MART SAFETY ZONE 4.0 ระยะ 2

อาชญากรรม11 ธ.ค. 2564 • 10:41 น.
สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี เป็นสถานีตำรวจนำร่อง โครงการS MART SAFETY ZONE 4.0 ระยะ 2
สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี เป็นสถานีตำรวจนำร่อง โครงการS MART SAFETY ZONE 4.0 ระยะ 2 เลือกจัดโครงการ Smart Safety Zone ตลาดน้ำขวัญ – เรียม ถนนเสรีไทย แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ธันวาคม 2564 พ.ต.อ.สุรพล ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ก้าหนดวิสัยทัศน์ของประเทศไทยว่า " ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการต้ารวจแห่งชาติ จึงได้จัดทำ " โครงการ สมาร์ท เซฟตี้ โซน 4.0 ( SMART SAFETY ZONE 4.0) " ขึ้น เพื่อเป็นโครงการนำร่องในเขตพื้นที่ต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายคือ พัฒนารูปแบบวิธีการป้องกันอาชญากรรม โดยใช้นวัตกรรม และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตามแนวคิดเรื่อง " เมืองอัจฉริยะ " ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการโครงการS MART SAFETY ZONE 4.0 นำร่องไปกับ 15 สถานีตำรวจชั้นนำทั่วประเทศ ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลมี สน.นำร่อง จำนวน 3 สน. ได้แก่ 1 สน.ห้วยขวาง 2. สน.ลุมพีนี 3. สน.ภาษีเจริญ และในปีงบประมาณ 2565 มีสถานีตำรวจ ที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มอีก 85 สถานีทั่วประเทศรวมเป็น 100 สถานี พ.ต.อ.สุรพลเผยอีกว่า ในส่วนของกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 ได้พิจารณาคัดเลือกสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี เป็นสถานีตำรวจนำร่อง " โครงการ SMART SAFETY ZONE 4.0 " ตลาดน้ำขวัญ-เรียม เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ระยะที่ 2 จาก 9 กองบังคับการ ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยมีความเป็นมาของโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ภายใต้ยุทธศาสตร์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 20 ปี ( พ.ศ.2561-2580 ) เป้าหมายการพัฒนาระยะที่ 1 ( 5 ปี พ.ศ.2561-2565 ) มีตัวชี้ วัดเป้าหมาย ที่ระดับความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมของประชาชน ไม่เกินร้อยละ 40 และความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติงานของตำารวจ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้การพัฒนาระบบราชการไปสู่ระบบราชการ 4.0 มีองค์ประกอบ 3 ประการ ประกอบด้วย 1. ภาครัฐที่ เปิดกว้างและเชื่อมโยงถึงกัน 2. ภาครัฐที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 3. ภาครัฐมีขีดสมรรถนะสูงและทันสมัย ปัจจัยสำคัญแห่งความส้าเร็จของการพัฒนาไปสู่ระบบราชการ 4.0 ประกอบด้วย 1. การสานพลังระหว่างภาครัฐและภาคส่วนอื่น ๆ ในสังคม 2. การสร้างนวัตกรรม 3. การปรับเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ Smart Safety Zone 4.0 1. เพื่อยกระดับการป้องกันอาชญากรรม ในพื นที่สาธารณะ โดยผสมผสานทฤษฎี และแนวความคิด ในเรื่องการป้องกันอาชญากรรม อาชญาวิทยา กับแนวความคิดเรื่อง “เมืองอัจฉริยะ” แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย 2. เพื่อยกระดับการทำงานของตำรวจตามกรอบความคิดในเรื่อง“ระบบราชการ 4.0” และก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ( Digitalization ) 3. เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ระบบราชการส่วนภูมิภาค ระบบราชการส่วนท้องถิ่น และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในด้านการป้องกันอาชญากรรม และนำไปสู่เป้าหมายร่วมกันคือ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พ.ต.อ.สุรพลเผยอีก ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. ในระดับชาติ เพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมในเขตพื้นที่ที่เข้าร่วมโครงการ ท้าให้ประชาชน มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพิ่มมากขึ้นไม่หวาดกลัวภัยอาชญากรรม อันจะน้าไปสู่ความผาสุกของประชาชนและความมั่นคงทางสังคมในที่สุด 2. ในระดับองค์กร สำนักงานตำารวจแห่งชาติก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านจากการทำงาน ในระบบราชการ 3.0 ไปสู่ความเป็นระบบราชการ 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล 3. ในระดับปัจเจกชน ข้าราชการตำรวจมีความตื่นตัวและปรับทัศนคติ ให้ยอมรับและพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้น้าการเปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศด้าน ต่างๆ และยุทธศาสตร์สำนักงานต้ารวจแห่งชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) สมดังวิสัยทัศน์ของ ประเทศไทยที่ว่า “ ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ” "เมื่อวันที่วันที่ 18 พ.ย. 64 เวลา 13.00 น. พล.ต.ต. พลฑิต ไชยรส ผบก.น.3 เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเครือข่ายป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก( BIG 6 ) ครั้งที่ 1/2565 โดยมี พ.ต.อ.สราวุธ จินดาค้า รอง ผบก.น.3 , พ.ต.อ.สุรพล ก้อมน้อย ผกก.สน.มีนบุรี , เจ้าอาวาสวัดบางเพ็งใต้ , ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบ้าเพ็ญเหนือ , ผช.ผอ.เขตมีนบุรี , ผอ.โรงเรียนวัดบางเพ็ญเหนือ , ประธานกต.ตร.สน.มีนบุรี , ป ระธานสภาวัฒนธรรมเขตมีนบุรี ผอ.ศูนย์สาธารณสุข 43 มีนบุรี , ตัวแทนสำานักงานการนิคมอุตสาหกรรมบางชัน , ตัวแทนสถานีดับเพลิง และกู้ภัยบางชัน , ตัวแทนโรงพยาบาลเสรีรักษ์ , ตัวแทนโรงพยาบาล นวมินทร์ 9 , ตัวแทนตลาดน้ำขวัญ-เรียม ตัวแทนศูนย์กู้ชีพ-กู้ภัย มูลนิธิกู้ภัยร่มไทรมีนบุรี , ตัวแทนผู้สื่อข่าวมวลชน และเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับพิธีเปิดโครงการพร้อมกันทั่วประเทศประมาณกลางเดือน ธันวาคม 2564 โดยประชุม ณ ห้องประชุม บก.น.3 ชั้น 3" พ.ต.อ.สุรพลกล่าว