"เอกภพ" สายไหมต้องรอดนำหนุ่มวัย 30 พบ"ผกก.ชนะสงคราม"ติดตามคดีถูกรุมทำร้ายร่างกายหลังไปเที่ยวย่านถนนข้าวสาร
วันที่ 11 ต.ค.66 เวลา 13.30 น. นาย เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงานได้นำชายหนุ่ม อายุ 30 ปี เข้าพบ พันตำรวจเอก สนอง แสงมณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีถูกกลุ่มชายฉกรรณ์รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังไปเที่ยวสถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านถนนข้าวสาร แจ้งความแล้วคดียังไม่คืบหน้า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2566 ที่ ผ่านมา
โดย นายเอกภพ กล่าวว่า นายภูมิ นามสมมติ เข้าร้องทุกข์กับตนในช่วงเมื่อช่วงวานนี้ ซึ่งเหตุการณ์เกิดบริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในถนนข้าวสาร เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ผู้เสียหายได้มาเที่ยวกับแฟน และเพื่อนของแฟน อีก 2 คน ระหว่างที่เข้าไปในร้านก็มีกลุ่มของผู้ก่อเหตุซึ่งนั่งอยู่ 7-8 คน อยู่ในอาการมึนเมา โดยหนึ่งในโต๊ะของผู้ก่อเหตุได้มีการพยายามเข้ามาติดต่อและลวนลามแฟนสาวของผู้เสียหาย
ซึ่งหลังจากที่ตัวแฟนสาวของผู้เสียหายได้ปฏิเสธที่จะให้เบอร์ติดต่อจึงทำให้ตัวของผู้ก่อเหตุเข้ามาเพื่อขอชนแก้วกับผู้เสียหายซึ่งเป็นในลักษณะของการหาเรื่อง ซึ่งผู้เสียหายได้บอกกับผู้ก่อเหตุว่า “พี่ผมมาเที่ยว ไม่ได้มาทะเลาะ“ แต่ฝั่งของผู้ก่อเหตุก็ไม่ฟัง จนสุดท้ายได้มีปากเสียงกัน และโดนต่อยภายในร้าน แต่เนื่องจากผู้เสียหายนั้นรู้จักกับพนักงานภายในร้าน ตัวพนักงานได้เข้ามาขอร้องว่าอย่ามีเรื่อง เดี๋ยวร้านจะเสียหาย จึงได้เตรียมตัวเพื่อเดินทางกลับ แต่ฝั่งของผู้ก่อเหตุได้เดินตามออกมาที่นอกร้านก่อนที่จะถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ
ด้านพ.ต.อ.สนอง กล่าวว่า ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวน ซึ่งรู้ตัวบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในครั้งนี้ 3 ราย ต้องขอเวลาทำงานนิดนึงเนื่องจากเหตุเกิดในคืนวันที่ 15 ก.ย. และเข้ามาแจ้งความในวันที่ 16 ก.ย. ทั้งนี้ยังไม่มีการสอบปากคำในส่วนของผู้เสียหายเนื่องจากว่ากำลังพักรักษาตัว โดยหลังจากนี้จะมีการสอบปากคำผู้เสียหาย ทั้งจะมีการพิสูจน์ไล่กล้องเพื่อตามหาและระบุตัวบุคคล เนื่องจากไม่อยากออกไปหมายจับในลักษณะที่ไม่เป็นคุณภาพและยังไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ จนอาจจะทำให้ภาพลักษณ์ดูเสียหาย ความผิดที่ผู้ก่อเหตุคาดว่าจะได้รับคือทำร้ายร่างกายแต่ทำร้ายในลักษณะใดก็ต้อง รอดูใบรับรองแพทย์อีกที หลังจากนี้จะมาดูว่าสามารถเข้าไปอยู่ภายในพ.ร.บ.ไกล่เกลี่ยได้หรือไม่ หากคู่กรณีดูอยู่ก็อยากให้เข้ามาดูแลและไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายเนื่องจากบาดเจ็บหนัก อยากจะแจ้งเตือนไปถึงประชาชนหากมีเหตุจริงๆเกิดขึ้นภายในถนนข้าวสารมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในถนนอยู่แล้วสามารถเข้าแจ้งเหตุได้เลย สำหรับมาตรการการระงับเหตุในขณะนี้จำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นนั้นโชว์ตัวให้ประชาชนเห็นได้มากที่สุดเพื่อให้ง่ายต่อการเข้ามาติดต่อและระงับเหตุ เพื่อไม่ให้เหตุบานปลาย
นายภูมิ กล่าวว่า หลังจากได้พูดคุยกับทางผู้กำกับรู้สึกสบายใจมากขึ้น ทำให้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งเฉย ถ้าหากตัวของคู่กรณีเข้ามาพูดคุยหรือไกล่เกลี่ยก็พร้อมที่จะพูดคุย และอยากให้เข้ามาดูแลบ้างไม่ใช่หายไปเลย
นายเอกภพ กล่าวทิ้งท้ายว่า โดยพฤติกรรมลักษณะนี้ของผู้ก่อเหตุ และในขณะนี้ประเทศไทยได้เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะแล้ว หากร้านไหนมีนักท่องเที่ยวทำในลักษณะพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุจำเป็นที่จะต้องขึ้นบัญชีดำ และแจ้งให้ทุกร้านได้เห็นว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ชอบรุม เมา และทำร้ายร่างกาย เพื่อป้องกันและระมัดระวังไม่ให้เข้าไปในร้านต่อไป เหตุการณ์นี้เกิดกับคนไทยแต่ถ้าเกิดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเกิดความเสียหายในภาพรวมมากกว่านี้ เรื่องนี้จึงต้องฝากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกันดูแล