ฝากขัง “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก“ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนท์

อาชญากรรม18 พ.ค. 2564 • 08:29 น.
ฝากขัง “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก“ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนท์
ฝากขัง “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก“ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนท์ ด้าน “กิตติศักดิ์” ผู้ต้องหารายสุดท้ายสิ้นลายถูกตำรวจกองปราบตามจับ จากกรณีตำรวจกองปราบสนธิกำลังร่วมกับ บก.ปอศ. และ บก.ปอท. เปิดปฏิบัติการ ช บุลยของ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน หลังร่วมกับพวกเปิดบริษัทในลักษณะเครือข่ายใหญ่ หลอกนักลงทุนหลายรูปแบบ อ้างจะได้รับผลตอบแทนสูง จนสามารถติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว 4 คน ประกอบด้วย พ.ท.พญ.อมราภรณ์ วิเศษสุข อายุ 34 ปี ประธานโครงการ “เที่ยวเพื่อชาติ” น.ส.ณัฐวรรณ อุตตมะปรากรม อายุ 33 ปี  น.ส.สิริมา เนาวรัตน์ อายุ 37 ปี และนายกิตติวัฒน์ อ่วมอารีย์ อายุ 40 ปี ต่อมาวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา นายประสิทธิ์ หัวหน้าขบวนการ ได้ติดขอเข้ามอบตัวกับทางตำรวจกองปราบ พร้อมกับขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ในชั้นสอบสวน คงเหลือเพียง นายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์ รองประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ ที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ตามที่เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น ความคืบหน้าคดีดังกล่าว เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 พ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.ปอศ. หนึ่งในคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีดังกล่าว กล่าวว่า อยู่ระหว่างประสานศาลอาญา ทำเรื่องฝากขังนายประสิทธิ์ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์ ซึ่งเบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ค้านการประกันตัว เนื่องจากมูลค่าความเสียหายค่อนข้างสูง มีผู้เสียหายจำนวนมากและเกรงจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลในการตัดสิน ซึ่งหากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ก็จะปล่อยตัวที่กองปราบปราม แต่หากคัดค้าน ก็จะส่งตัวไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำนายประสิทธิ์ ตลอดทั้งวันที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวเข้ามอบตัวกับตำรวจนั้น เจ้าตัวยังคงยืนกรานปฏิเสธ ส่วนเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับการลงทุน การชักชวนผู้เสียหายหรือการโอนย้ายทรัพย์สินต่างๆ นั้น เจ้าตัวไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน ซ้ำยังยืนยันว่าธุรกิจต่างๆ ของบริษัทในเครือ ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ ด้าน พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานชุดคลี่คลายคดี กล่าวถึงกรณีเพจโครงการคืนคุณแผ่นดิน โพสต์ภาพนายประสิทธิ์ กำลังหารือร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำกัด เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยมีนายตำรวจระดับสูงให้การต้อนรับ ว่า จากการตรวจสอบบริษัทสหกรณ์ออมทรัพย์การค้าธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์ผสมผสาน จำกัด ในเครือของนายประสิทธิ์ พบว่ามีการยกเลิกและปิดตัวบริษัทลงไปก่อน เนื่องจากดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งยังไม่มีการดำเนินงานใดๆ ร่วมกับสหกรณ์ตำรวจ แต่จากภาพที่ปรากฎ คงเป็นเพียงการหารือกันเท่านั้น พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่านายประสิทธิ์ พาดพิงถึงเบื้องสูงจะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา ม.112 หรือไม่นั้น จากการตรวจสอบพบว่า การกระทำของนายประสิทธิ์ ที่ทำทีเป็นจิตอาสาทำความดี อันเป็นลักษณะการฉ้อโกงเพื่อสร้างเครดิตให้ตัวเองนั้นยังไม่เข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย ไม่ได้มีการระดมทุนโดยอ้างว่าจะนำเข้าสถาบัน แต่ขอเรียนประชาชนว่า ขอให้แยกแยะเรื่องการทำความดีกับการกระทำผิดว่าไม่เกี่ยวข้องกัน “ส่วนเรื่องการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเครือข่ายว่ามีการยักย้ายถ่ายเทไปที่ใด ถึงญาติหรือคนใกล้ชิดบ้างหรือไม่ ยอมรับว่ามีความยากพอสมควรแต่ตำรวจจะทำงานอย่างเต็มที่แน่นอน” รอง ผบช.ก. กล่าว ต่อมาเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมตัว นายกิตติศักดิ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในคดีดังกล่าว ที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี ได้ที่ บริเวณด้านโรงแรมแห่งหนึ่งภายในซอยงามวงศ์วาน 51 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ก่อนนำตัวมาทำการสอบสวนยังกองบังคับการปราบปราม ทั้งนี้จากแนวทางสืบสวนทราบว่านายกิตติศักดิ์ เป็นกรรมการบริษัท เหนือโลก จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือบริษัทเอ็มกรุ๊ป มีการเปิดบัญชีรับโอนเงินจากการซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม ที่เป็น 1 ใน 5 รูปแบบการชักชวนลงทุนของเครือข่ายดังกล่าว รวมถึงยังเป็นผู้ลงนามเซ็นเอกสารทางธุรกรรมต่างๆของบริษัทในช่วงที่มีการหลอกลวงเหยื่ออีกด้วย