เปิดไทม์ไลน์ “ตำรวจ”ปะทะเดือด “ม็อบวีโว่” ต้าน “เมียนมา”ก่อรัฐประหาร

อาชญากรรม2 ก.พ. 2564 • 06:04 น.
เปิดไทม์ไลน์ “ตำรวจ”ปะทะเดือด “ม็อบวีโว่” ต้าน “เมียนมา”ก่อรัฐประหาร
กลายเป็นข่าวใหญ่ครึกโครม ภายหลัง “กองทัพเมียนมา” ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน ที่มาจากการเลือกตั้ง นำโดยนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และหัวหน้าพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ซึ่งถูกจับกุมตัวไปพร้อมกับแกนนำพรรคเอ็นแอลดีคนอื่นๆ รวมถึงนายวิน มิน ประธานาธิบดีเมียนมา ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 1ก.พ.ที่ผ่านมา โดย “กองทัพเมียนมา”ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปีในทันที และมอบอำนาจการปกครองประเทศใน 3 เสาหลักได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ ให้อยู่ในมือของ“พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกองทัพเมียนมา ท่ามกลางเสียงประณามของประชาคมโลก ที่เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาปล่อยตัวนางซูจี และผู้นำทางการเมืองที่ถูกจับกุมตัวไปในทันทีและให้นำประชาธิปไตยกลับคืนสู่เมียนมา การก่อ“รัฐประหาร”ในครั้งนี้ของ “เมียนมา” ส่งผลให้เกิดการชุมนุมประท้วงต่อต้านการ“รัฐประหาร” จากกลุ่มสมาชิกการ์ดวีโว่ ที่มีการรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้าสถานฑูตเมียนมาประจำประเทศไทย และเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือดกับเจ้าหน้าที่ โดยเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00น. ได้มีกลุ่มชาวเมียนมา และกลุ่ม We Volunteer หรือวีโว่ นำโดย “โตโต้” นายปิยรัฐ จงเทพ พร้อมมวลชนได้ชุมนุมพร้อมประกาศต่อต้านการรัฐประหาร และออกแถลงการณ์ประณามการก่อรัฐประหาร ในครั้งนี้ ที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กทม. โดยมี “เพนกวิน” นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางมาร่วมสมทบ นอกจากนี้ยังมี “นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ “น.ส.พรรณิการ์ วานิช” สมาชิกคณะก้าวหน้ามาร่วมสังเกตการณ์ ต่อมาเวลา 17.00 น เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนได้เข้ากระชับพื้นที่ชุมนุม ขณะที่ “กลุ่มวีโว่” ได้พยายามตั้งแนว เพื่อสกัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ใช้เวลาไม่นานเจ้าหน้าที่ก็สามารถผลักดัน กลุ่มผู้ชุมนุมจนถอยร่นไปจนถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี โดยระหว่างเกิดเหตุการณ์ปลักดัน ได้เกิดเสียงดังคล้ายประทัดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น 2 ครั้ง และมีกลุ่มควันสีเกิดขึ้น ทำให้ผู้ร่วมชุมนุมแตกกระจายวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น พร้อมทั้งพยายามขว้างอิฐขนาดใหญ่ แท่งเหล็ก ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนมาถึงแยกใกล้บีทีเอสเซ็นหลุยส์ เพื่อไม่ให้เข้ามากระชั้นชิด ก่อนจะเกิดการปะทะกันรุนแรงขึ้น จนกลุ่มผู้ชุมนุมยอมสลายตัวในที่สุด โดยหลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ14นาย โดยพักรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ จำนวน 2 นาย มีอาการเยื้อแก้วหูฉีกขาด และแผลฉีกขาดที่บริเวณเข่าขวา ส่วนอีก 12 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุมตัวแกนนำได้ 3ราย คือ นายวิชพรรษ ศรีกสิพันธุ์ อายุ 21 ปี นายปัณณพัทธ์ จันทนางกูล อายุ 20 ปี และนายเกียรติศักดิ์ พันธุ์เรณู อายุ 20 ปี ต่อมาเมื่อเวลา 19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ได้เดินเท้าเข้าเคลียร์พื้นที่ไล่ตั้งแต่ถนนสาทรช่วงหน้าสถานทูตเมียนมา เรื่อยมาจนถึงแยกสาทร-นราธิวาส เพื่อขอความร่วมมือให้มวลชนที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่แยกย้ายกลับกันไป ขณะเดียวกันที่ สน.ยานนาวา กลุ่มวีโว่จำนวนหนึ่งได้มารวมตัวกันอยู่ที่หน้าโรงพัก เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังกลุ่มการ์ดวีโว่ จำนวน 3 คน ถูกจับมาดำเนินคดี โดยมี พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ รอง ผบก.น.6 คอยดูแลสั่งการ นำกำลังตำรวจ อคฝ.จำนวน 300 นาย คอยดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจที่ตำรวจมาเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ประชาชนอยู่ในความสงบเรียบร้อย ทำให้มีการต่อว่าเจ้าหน้าที่ขณะนำกำลังเข้าประจำจุด ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.พ.64 พ.ต.อ.ธนโชติ ฤกษ์ดี ผกก.สน.ยานนาวา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัว นายปัณณพัทธ์ และนายเกียรติศักดิ์ ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้พิจารณารับฝากขังตัวชั่วคราวแล้ว ในความผิดฐาน ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรค และมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยไม่ได้คัดค้านการประกันตัวแต่อย่างใด ส่วน นายวิชพรรษ ได้ส่งฝากขังต่อศาลแขวงพระนครใต้ ในความผิดที่เกี่ยวกับการใช้เครื่องขยายเสียง แต่เนื่องจากศาลมีมาตรการคุมเข้มป้องกันโควิด-19 จึงใช้วิธีการวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จาก สน.ยานนาวา กับศาลแทน