กรมอุทยานฯตรวจสอบกิจการสวนสัตว์ดัง หลังพบผิด พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า

อาชญากรรม9 มี.ค. 2564 • 12:42 น.
กรมอุทยานฯตรวจสอบกิจการสวนสัตว์ดัง  หลังพบผิด พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า
วันนี้ (9 มี.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดร.รุ่งนภา พัฒนวิบูลย์ รองอธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และคณะ ได้แถลงผลการปฏิบัติการต่อต้าน การลักลอบครอบครองสัตว์ป่า ในกิจการสวนสัตว์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดย รองอธิบดี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยถึงความคืบหน้า ผลการพิสูจน์ความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกของเสือโคร่งที่ทางเจ้าของสวนสัตว์แห่งหนึ่ง อ้างว่า เสือที่ได้มีการอายัดทั้ง 2 ตัว เป็นลูกของเสือที่ชื่อว่า โดโด้ และ มะเฟือง และซากของเสือชื่อ ข้าวเหนียว ที่อ้างว่าเป็นลูกของเสือที่ชื่อว่า ให้ลาภ และให้ทอง ซึ่งผลการตรวจสอบจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม และจากศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พบว่า เสือทั้ง 3 ตัวที่ได้มีการยึดมานั้น ไม่มีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกกับเสือที่ได้มีการกล่าวอ้าง รวมไปถึงไม่มีความสัมพันธ์กับเสือโคร่งตัวอื่นในกิจการสวนสัตว์จำนวน 20 ตัวอีกด้วย ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหา นายสมดิษฐ์ ธรรมเวช ผู้ได้รับใบอนุญาตสวนสัตว์ดังกล่าว ใน 3 ข้อหาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ได้แก่ 1.มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 17 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ 2.ฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตามมาตรา 137 โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 10,000 บาท และความผิดตามมาตรา 267 แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ส่วนกรณีมีข้อมูลมีนายทุนจากประเทศเวียดนามซึ่งทำธุรกิจอยู่ด้านจังหวัดตาก ที่ได้มีการเข้ามาติดต่อกับทางสวนเสือดังกล่าวนั้น พบว่ามีนายทุนดังกล่าวติดต่อเข้ามาจริง ซึ่งจากการตรวจสอบนั้นทางเจ้าของสวนสัตว์ยืนยันว่า มีชาวเวียดนามเข้ามาติดต่อจริง แต่ทางสวนสัตว์ไม่ได้มีการตกลงแต่อย่างใด ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯ อยู่ระหว่างการติดตามและสืบสวนอยู่ในปัจจุบัน