"บิ๊กโจ๊ก" คาดโทษใครบกพร่องปล่อยขโมยปืนหลวง สั่งย้ายทันที-คนรับซื้อเจอโทษหนัก
จากกรณี พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด เรียกประชุมด่วนหัวหน้างานรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย รอง ผกก.ปราบปราม รอง ผกก.กองอำนวยการ สารวัตรปราบปราม สารวัตรกองอำนวยการ และจ่ากองผู้ดูแลรับผิดชอบการเบิก-จ่าย อาวุธปืนของหลวง หลังพบว่ามีอาวุธปืนหายออกไปจากคลังเก็บประจำสถานีเกือบ 100 กระบอก ศาลจังหวัดนนทบุรี ออกหมายจับ ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ตำแหน่ง ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ในฐานความผิด “ลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ” ก่อนจับกุมตัวได้ขณะเตรียมหนีข้ามชายแดนใน จ.หนองคาย ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น
วันที่ 22 ต.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เปิดเผยถึงกรณีตำรวจที่รับผิดชอบคุมคลังปืนว่า การที่ผู้บังคับบัญชาหละหลวมไม่ใส่ใจตรวจสอบทั้งที่เป็นปืนของราชการ ถูกนำไปขาย ถ้าเอาไปขายให้กับคนไม่ดี แล้วนำไปก่อเหตุได้ หากผู้กำกับคนไหนยังบกพร่องหละหลวมต่อหน้าที่ ท่าน ผบ.ตร. ก็ให้สั่งย้าย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า กรณีปืนหาย ผู้กำกับทุกๆโรงพักต้องหมั่นตรวจสอบเช็กว่าอาวุธปืนอยู่ครบหรือไม่ แต่ที่นี้ปล่อย และผู้กระทำความซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลบหนี เตรียมเรือจะข้ามไปยังเวียงจันทน์ที่ จ.หนองคาย แต่ถูกจับกุมได้ก่อน จริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ที่คุมคลังปืนมีหลายคน ขอพูดตรงๆ ว่าระดับผู้บังคับบัญชาไม่ได้ใส่ใจ ผู้กำกับโรงพักต้องรับผิดชอบพื้นที่ ใส่ใจ ดูแลประชาชนดูและอาวุธให้ดี สร้างความเชื่อมั่น ประชาชนอาจจะไม่ไว้วางใจ เมื่อบกพร่องก็ต้องสั่งย้าย จากนี้ไปต้องเร่งสอบปากคำเพื่อดำเนินตามขั้นตอนของกฏหมาย ส่วนปืนที่ถูกลักไปเป็นปืนสั้น ปืนกล็อก ปืน M4จะได้คืนมาครบหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ขออนุมัติหมายจับเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดแล้ว 1 ข้อหา สำหรับปืน 100 กระบอกที่ถูกลักไปขาย ซึ่งราคาขั้นต่ำตกกระบอกละ 3 หมื่นบาท ส่วนคนที่รับซื้อมีความผิดแน่นอน เพราะปืนหลวงมีสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกกระบอกคนรับซื้อย่อมรู้ดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดเหตุ มีไอ่โม่งนำปืนหลวงที่ถูกลักไปมาทิ้งไว้ที่สโมสรตำรวจ 31 กระบอก ส่วนที่ สภ ปากเกร็ด พนักงานสอบสวนสอบปากคำ ด.ต.ชวลิต ให้การยอมรับว่าได้นำอาวุธปืนจากคลังเก็บ ของ สภ ปากเกร็ด ไปจำนำเพื่อนำเงินใช้จ่าย และเล่นการพนันบางครั้ง อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวไปฝากขัง ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จังหวัดสระบุรี เพื่อเข้ากระบวนการยุติธรรมดังกล่าว