ศปอส.ตร. แถลงจับกุมแชร์ข่าวปลอม 9 ราย ฟุ้งหลังไล่จับ คนสร้างข่าวปลอมลดลง

อาชญากรรม5 มิ.ย. 2563 • 16:56 น.
ศปอส.ตร. แถลงจับกุมแชร์ข่าวปลอม 9 ราย ฟุ้งหลังไล่จับ คนสร้างข่าวปลอมลดลง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 มิถุนายน ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส. บช.ปส. หัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม(Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงผลการปราบปรามผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการดำเนินการโดยการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในห้วงระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม ถึง 5 มิถุนายน ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม หรือ Anti-fake news center ในห้วงวันที่ 25 พฤษภาคม-5 มิถุนายน 2563 ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชน และสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อประเทศ มีการจับกุมผู้กระทำผิดได้ 9 รายด้วยกัน รายแรก จับกุม นางฉวีวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) ที่ได้โพสต์เฟสบุ๊คว่ามีหญิงป่วยหนักโควิด-19 ล้มกลางห้างดังเมืองระยอง ได้ที่จ.ระยอง รายที่ 2 จับกุม นายศรไกร (ขอสงวนนามสกุล) ที่โพสต์เฟสบุ๊คว่า กระเทียมไทยช่วยต้านโควิด-19 ได้ที่จ.สุพรรณบุรี รายที่ 3 จับกุม น.ส.อฤทธิสา (ขอสงวนนามสกุล) ที่โพสต์เฟสบุ๊คว่า ขิง น้ำกระชาย ผสมน้ำผึ้งมะนาว ช่วยต้านโควิด-19 ได้ที่จ.ชลบุรี และอีก 6 ราย ได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊คซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะเดียวกัน คือ รัฐหลอกให้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเพื่อจะเรียกเก็บภาษี ได้ที่จ.อุบลราชธานี , ร้อยเอ็ด , นครราชสีมา, สมุทรปราการ , ลำปาง และ นครศรีธรรมราช โดยผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า เป็นผู้โพสต์จริง แต่ไม่ทราบว่าข้อมูลที่ได้รับมาเป็นข่าวปลอม ไม่ได้มีเจตนาจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมกับยืนยันว่าจะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดก่อนที่จะโพสต์ พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวอีกว่า ฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการโพสต์ข่าวปลอม เพราะจะถูกดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามหลังมีการดำเนินคดีกับผู้สร้างความปลอมตั้งแต่เดือนมกราคม - ปัจจุบัน ทำให้มีผู้กระทำความผิดสร้างข่าวปลอมลดลงอย่างเห็นได้ชัด