จับอดีต หน.พนักงาน ร.ร.ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์

อาชญากรรม1 พ.ย. 2562 • 17:21 น.
จับอดีต หน.พนักงาน ร.ร.ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตลูกค้าไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์
เมื่อวันที่ 1 พ.ย.62 พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. ,พ.ต.ท.ยิ่งยง มีคุณ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. และนายปราโมทย์ ลลิตกิตติ ประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิตภายใต้สมาคมธนาคารไทย ร่วมแถลงการจับกุมนายจิรัฏฐ์ ศิริวัฒนกุล อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.605/2562 ลงวันที่ 25 ต.ค. 62 ความผิดฐาน ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น , ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยจับกุมตัวได้เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 30 ต.ค.62 พฤติการณ์การก่อเหตุคือนายจิรัฏฐ์ ศิริวัฒนกุล เคยประกอบอาชีพเป็นพนักงานของโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ และเพชรบุรี ในฝ่ายต้อนรับลูกค้าตาแหน่งระดับหัวหน้างาน มีหน้าที่ต้อนรับลูกค้าและทาการรับจองการสารองห้องพักของลูกค้าทั้งการจองผ่านเวบไซต์ของโรงแรมโดยตรง หรือเคาน์เตอร์โรงแรมโดยตรง หรือจองผ่านเวบไซต์ของตัวแทนการจองห้องพัก เช่น www.booking.com ซึ่งโรงแรมได้ให้สิทธิในการ LOG IN เข้าระบบ และนายจิรัฏฐ์ ยังสามารถนำมือถือของตนเองเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อเว็บไซต์ของโรงแรม จึงทำให้สามารถเข้าระบบได้ทั้งในและนอกสถานที่ทำการของโรงแรม และสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ที่จะต้องมีการบันทึกลงในระบบข้อมูลการสำรองห้องพักของโรงแรมนั้นๆ เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขประจาตัวประชาชนหรือพาสสปอร์ต วันเดือนปีเกิด หมายเลขมือถือ ที่สำคัญคือ เลขบัตรเครดิต วันหมดอายุบัตร รหัสหลังบัตร(CVV) ที่จะต้องนามาใช้ในการชาระและยืนยันการสำรองห้องพัก โดยนายจิรัฏฐ์ จะลักลอบเอาข้อมูลโดยวิธีใช้มือถือถ่ายภาพหน้าจอระบบข้อมูล หรือจดบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆออกมา แล้วจะนำชุดข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตดังกล่าว ไปทำการสั่งซื้อสินค้าจำพวกโทรศัพท์มือถือราคาแพง และทองคำแท่ง ผ่านร้านค้าทางออนไลน์ โดยจะโทรศัพท์ไปที่คอลเซ็นเตอร์ของธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตนั้นๆ เพื่อสวมรอยเป็นลูกค้าเจ้าของบัตรเครดิต ที่แจ้งเปลี่ยนแปลงหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อ เพื่อที่นายจิรัฏฐ์ จะสามารถใช้มือถือของตนเอง รับรหัสรักษาความปลอดภัย(OTP)ได้ เมื่อทำการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เมื่อนายจิรัฏฐ์ สามารถทำการเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อของบัตรเครดิตนั้นๆ ได้แล้ว ก็จะทาการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ โดยในคดีนี้ นายจิรัฏฐ์ ได้สั่งซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ คือ โทรศัพท์มือถือไอโฟน จำนวน 8 เครื่อง และทองคำแท่ง น้ำหนัก 1 บาท และ 2 บาท และบริการอื่นๆ รวมราคาทั้งหมด 489,586.90 บาท เมื่อทำการสั่งซื้อสำเร็จ นายจิรัฏฐ์ จะระบุที่อยู่ในการจัดส่งสินค้าเป็นโรงแรมต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยนายจิรัฏฐ์ จะทำการจองห้องพักโรงแรมต่างๆ ไว้ สำหรับรับสินค้าที่ได้จากการทำทุจริต ทั้งนี้นายจิรัฏฐ์ฯ จะใช้ชุดเลขบัตรเครดิตของบุคคลอื่นยืนยันการชาระเงินค่าจองห้องพักอีกเช่นกัน และนายจิรัฏฐ์ฯ จะสวมรอยอ้างตนเป็นนายศุภกร แก้วมณี เนื่องจากนายจิรัฏฐ์ฯมีบัตรประชาชนตัวจริงของนายศุภกร แก้วมณี เก็บไว้ เพราะนายศุภกรฯเคยเข้ามาใช้บริการที่โรงแรมและได้ทาบัตรประชาชนสูญหายไป เมื่อนายจิรัฏฐ์ฯขโมยเอาบัตรประชาชนตัวจริงของนายศุภกรฯออกมาจากโรงแรม ที่โรงแรมได้จัดเก็บเอาไว้ เพื่อคืนให้กับลูกค้ากรณีทาหล่นหรือลืมทรัพย์สินไว้ ต่อจากนั้นนายจิรัฏฯจึงใช้ชื่อผู้เข้าพักเป็นชื่อ นายศุภกร แก้วมณี ในการจองที่พักโรงแรมต่างๆไว้สาหรับรับสินค้าที่เกิดจากการทาทุจริต (นายศุภกร แก้วมณี ได้แจ้งความไว้แล้ว ที่ สน.พญาไท อีกส่วนหนึ่ง ในข้อหา เอาไปเสียซึ่งเอกสารในประการที่น่าจะทาให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย) หลังจากทำการจับกุมตัวนายจิรัฏฐ์ ก็ได้พาไปตรวจค้นห้องพัก ผลการตรวจค้นพบบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของ นายศุภกร แก้วมณี และบัตรประชาชนของบุคคลอื่น รวมทั้งโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่มีการเก็บข้อมูลบุคคลหรือลูกค้าที่ใช้บริการโรงแรม มีภาพถ่ายจากหน้าจอระบบการสำรองห้องพักโรงแรมของบุคคลต่างๆ ที่ระบุชุดข้อมูลเลขบัตรเครดิตของผู้อื่นกว่า 50 รายการ(ทั้งบัตรเครดิตไทยและต่างชาติ) และข้อมูล ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน/พาสสปอร์ต วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อ รวมทั้งซองบรรจุซิมการ์ดโทรศัพท์หลายเลขหมาย ที่ใช้งานแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดไว้เพื่อประกอบการสืบสวนสอบสวนดาเนินคดี และจากการตรวจสอบข้อมูลในระบบสานักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า นายจิรัฏฐ์ฯ ยังมีหมายจับของ ศาลอาญา ที่ จ.1508/2562 ลงวันที่ 3 ต.ค. 62 ในข้อหา ร่วมกันรับของโจร ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางซื่อ อีกส่วนหนึ่งด้วย ทางด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.และนายปราโมทย์ ลลิตกิตติ ประธานชมรมป้องกันทุจริตบัตรเครดิตฯ กล่าวว่าคนร้ายเป็นบุคคลที่สามารถเข้าถึงข้อมูล ได้ก่อเหตุกับลูกค้าบัตรเครดิตทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ใช้บัตรเครดิตในการจองห้องพักของโรงแรมเพื่อเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทย สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังร้านค้า ห้างร้าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจห้องพัก โรงแรม รีสอร์ต ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ขอให้เคร่งครัดในมาตรการป้องกันข้อมูลรั่วไหลทั้งข้อมูลบุคคลและข้อมูลบัตรเครดิต