ศาล เปิดห้องใหญ่ไต่สวนถอนประกัน "แอมมี่-รุ้ง-ไมค์" คดีปักหมุดสนามหลวง

อาชญากรรม18 พ.ย. 2564 • 04:39 น.
ศาล เปิดห้องใหญ่ไต่สวนถอนประกัน "แอมมี่-รุ้ง-ไมค์" คดีปักหมุดสนามหลวง
เมื่อเวลา 09.00 น .วันนี้ (18 พ.ย.64) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นางสาว ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ "รุ้ง ปนัสยา" มาจากทัณฑสถานหญิงกลาง และเบิกตัว นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ "ไมค์ ระยอง" จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มายังศาลอาญา เพื่อร่วมฟังการ ไต่สวนคำร้องเพิกถอนคำสั่งประกันในคดีดำ อ.287/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 7 ยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้เพิกถอนคำสั่งประกันน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง และนายไชยอมร แก้ววิบูลพันธุ์ หรือแอมมี เดอะ บอททอมบลูส์ จำเลยที่ร่วมกับพวก 22คน ดูหมิ่นสถาบัน ฯ กรณีผิดเงื่อนไขคำสั่งประกันของศาล โดยในวันนี้ศาลอนุญาตให้บุคคลที่สนใจสามารถเข้าร่วมฟังการไต่สวนได้ 50 คน โดยใช้ห้องพิจารณา 704 ซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ไว้รองรับ ซึ่งวันนี้มีเพียง 'แอมมี่' ในฐานะจำเลยเพียงคนเดียว ที่ยังมีอิสรภาพอยู่นอกเรือนจำ เพราะอยู่ระหว่างการขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีการเมืองอื่น แต่วันนี้ไม่ได้เดินทางมาศาลในช่วงเช้าเนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่มารดาและญาติของแอมมี่ ได้เดินทางเข้าร่วมฟังการไต่สวนด้วย เช่นเดียวกับญาติของแกนนำราษฎรรายอื่นๆที่ร่วมเข้าฟังการไต่สวนครั้งนี้ สำหรับ นายภาณุพงศ์ ถูกจองจำเนื่องจากไม่ได้รับสิทธิ์ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี กรณีการโพสต์จดหมายถึงกษัตริย์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ในกิจกรรม “ราษฎรสาส์น” ถูกกล่าวหาว่าทำผิดที่สำคัญคือ ตามกฎอาญามาตรา 112 และมาตรา 116 ด้าน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความจากศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า อัยการโจทก์ร้องถอนประกันมาก่อนหน้านี้และศาลได้ไต่สวนในส่วนของนายอานนท์นำภาทนายความสิทธิมนุษยชน 1 ในจำเลยคดีนี้และได้ยกคำร้องหรือมีคำสั่งไม่ให้ถอนประกันไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่านายอานนท์ ไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขการการขอปล่อยตัวชั่วคราว ในส่วนที่เหลือวันนี้ก็เป็นกรณีเดียวกัน คืออัยการโจทก์ ก็คงจะเอาหลักพยานหลักฐานมายืนยันว่าจำเลยที่เหลือผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว ที่ประพฤติให้เสื่อมเสียต่อสถาบันอย่างไร นายกฤษฎางค์ ระบุด้วยว่า แม้เชื่อว่าศาลน่าจะใช้มาตรฐานเดียวกันคือไม่ถอนประกันตัว แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันก็มีความกังวลใจ จากที่มีผู้ถูกกล่าวหาถูกถอนประกันจับเข้าเรือนจำไป ก็คงคาดหวังอะไรลำบาก เพราะว่าความมีมาตรฐานก็มีมุมมองที่แตกต่างกัน เรา ซึ่งหมายถึงทนายความและลูกความจึงคิดว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ "พูดแบบตรงไปตรงมาว่า ตนไม่มั่นใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาอาจจะถอนประกันเด็กและจับเด็กเข้าคุกไปก็ได้" เมื่อถามถึงแนวทางการช่วยเหลือหรือประกันตัวแกนนำราษฎรในคดีการเมืองต่างๆ นายกฤษฎางค์ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ยื่นประกันตัวมาตลอดนับครั้งไม่ถ้วน แต่ศาลไม่ให้ประกันตัว โดยอ้างว่าไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งและเป็นคดีความที่ดูหมิ่นเหยียดหยามสถาบันฯอันเป็นที่เคารพรัก ซึ่งศาลคิดไปเอง เพราะตามหลักการและกฎหมายรวมถึงรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีใครถูกตัดสินว่ากระทำผิดและผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ดังนั้นการยื่นขอประกันตัวจึงเป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายและเป็นวิธีเดี่ยวที่มีอยู่ในชั้นนี้ ตนได้พูดคุยกับแกนนำราษฎรที่ถูกคุมขังในฐานะลูกความมาตลอด และทุกคนยืนยันการออกมาต่อสู้ทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น และแม้อาจจะหมดหวังว่าจะได้สิทธิ์การประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี แต่ก็ดำเนินที่เป็นสิทธิ์อันพึงมีพึงได้และเป็นการต่อสู้ในประเด็น สิทธิ์ประกันตัวให้กับผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกคุมขังทุกๆคน ที่ต้องถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่หรือที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินถึงที่สุดว่ามีความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวหาด้วย