"อัยการธนกฤต" แจงกฎหมายวิธีได้รับเงินคืน-เรียกค่าเสียหายจาก "บุฟเฟ่ต์" ญี่ปุ่นชื่อดังขายคูปองทิพย์

อาชญากรรม20 มิ.ย. 2565 • 13:27 น.
"อัยการธนกฤต" แจงกฎหมายวิธีได้รับเงินคืน-เรียกค่าเสียหายจาก "บุฟเฟ่ต์" ญี่ปุ่นชื่อดังขายคูปองทิพย์

ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

กรณีการเรียกร้องเงินและค่าเสียหายกรณีบุฟเฟต์ดารุมะ การเรียกร้องเงินคืนและเรียกค่าเสียหายจากการที่ร้านดารุมะ ซูชิ ที่เป็นร้านบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นปิดกิจการนั้น ผู้เสียหายซึ่งอาจจะเป็นผู้ซื้อเวาเชอร์ หรือคูปองบุฟเฟต์ของร้าน หรือผู้ซื้อธุรกิจแฟรนไชส์ของร้าน อาจดำเนินการโดยผ่านกระบวนการทางกฎหมายดังนี้ คดีร้านดารุมะ ซูชิ เป็นการกระทำความผิดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับคดีแหลมเกตซีฟู้ด ซึ่งศาลตัดสินไปแล้วเมื่อปี 2562 ว่ามีความผิดฐานหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

กรณีของร้านดารุมะ หลังจากผู้เสียหายแจ้งความและพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้กระทำผิดแล้ว ในชั้นฟ้องคดีของอัยการ ถ้าหากอัยการฟ้องผู้กระทำผิดเป็นจำเลยต่อศาลในข้อหาฉ้อโกงประชาชน อัยการก็จะเรียกร้องเงินที่ผู้เสียหายถูกฉ้อโกงไปคืนจากจำเลยแทนผู้เสียหายด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 43 แต่การเรียกร้องเงินแทนผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 โดยอัยการนี้ มีขอบเขตตามกฎหมายเฉพาะเงิน หรือทรัพย์สินที่ถูกฉ้อโกงไปเท่านั้น ยังไม่รวมถึงค่าเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการถูกฉ้อโกงด้วย ทั้งนี้ หากผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจากการถูกฉ้อโกงในกรณีร้านดารุมะ ประสงค์จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วยเพิ่มเติมไปจากเงินที่ถูกฉ้อโกงไป ก็มีช่องทางตามกฎหมายที่สามารถกระทำได้ ด้วยการที่ผู้เสียหายไปยื่นคำร้องต่อศาลที่อัยการฟ้องผู้กระทำผิดเป็นจำเลยก่อนที่จะเริ่มสืบพยาน เพื่อขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายให้แก่ตนเอง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 โดยหากคดีนี้มีผู้เสียหายที่ประสงค์จะเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก บรรดาผู้เสียหายเหล่านั้นก็อาจมอบอำนาจให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจในการยื่นคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนแทนตนได้ ในระหว่างนี้สิ่งที่ผู้เสียหายสามารถกระทำได้ คือควรที่จะเก็บและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่สามารถใช้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรองรับสิทธิในการได้รับชดใช้เงินคืน รวมทั้งสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ในฐานะที่เป็นผู้เสียหาย ถ้าหากต่อไปภายหน้าสามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายและมีการฟ้องผู้กระทำผิดเป็นจำเลยต่อศาลต่อไป