“พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย” กางแผนปฏิบัติการ “ปราบหนี้นอกระบบ”
หมายเหตุ : “พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ถึงภารกิจการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ภายใต้การปฏิบัติงานของ “ศูนย์การป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงประชาชน” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีสาระที่น่าสนใจดังนี้
- ภารกิจภายใต้การกำกับดูแลในฐานะหัวหน้าชุดแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ศูนย์การป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงประชาชน
จากสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยเท่านั้นที่อาศัยเงินกู้นอกระบบ แต่กลุ่มคนที่มีรายได้สูงก็หันมาอาศัยเงินกู้นอกระบบมากขึ้น ปัญหาหนี้นอกระบบจึงเป็นปัญหาที่กระจายไปในทุกพื้นที่ของประเทศ ส่งผลกระทบต่อตัวลูกหนี้เอง รวมไปถึงระบบเศรษฐกิจ สังคม กล่าวคือมีความเกี่ยวพันกับอาชญากรรมพื้นฐาน เช่น ความเครียด กดดันทำร้ายตัวเองและ คนรอบข้าง ปัญหาการฆ่าตัวตาย การลักวิ่งชิงปล้นหรือกระทำผิดกฎหมายเพื่อหาเงินมาใช้หนี้
จึงอาจกล่าวได้ว่า ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาอาชญากรรมรูปแบบหนึ่งในสังคมที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ในสังคมตามมา รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบมาอย่างต่อเนื่อง
โดยถือเป็นนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ต้องการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ในการดำเนินมาตรการหรือโครงการต่างๆ มาโดยตลอด โดยรัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการแก้ไขหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ให้กับทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้ควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบครบวงจร ใน 5 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 การดำเนินการอย่างจริงจังกับเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมาย มิติที่ 2 การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้กับลูกหนี้นอกระบบและประชาชนทั่วไป มิติที่ 3 การลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ มิติที่ 4 การเพิ่มศักยภาพของลูกหนี้นอกระบบ
มิติที่ 5 การร่วมมือกันอย่างบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวมีหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมดำเนินการได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร การดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นอกจากจะเน้นหนักในการปราบปรามเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังช่วยเสริมการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆ ในมิติอื่นๆ อีกด้วย เช่น การให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ แนะนำ และเป็นตัวกลางในการเจรจราไกล่เกลี่ย รวมถึงเสริมสร้างค่านิยมและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของเจ้าหนี้และลูกหนี้ด้วย
-แนวทางการทำงาน ในการเร่งแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่
ในการทำงานแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบนั้น ได้ยึดแนวทางตามที่ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้จัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน หรือ ศปฉช.ตร. ขึ้น โดยมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และมีผม เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ และเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการส่วนกลาง มีภารกิจหน้าที่ในการสืบสวน ตรวจสอบ จับกุม และดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ให้ประชาชนกู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมาย เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และ มีลักษณะเป็นการทำสัญญาเอารัดเอาเปรียบทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
รวมถึงการกระทำในลักษณะอื่นใดที่เป็นการกระทำความผิดโดยเป็นเครือข่ายผู้มีอิทธิพล ซึ่งอาจกระทำในลักษณะเป็นขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่มีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมที่เกี่ยวพันกับหลายพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ในการบรรเทาความเดือดร้อนและการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
แนวทางในการทำงานใช้แนวทางการปฏิบัติเดิมของ ศปฉช.ตร. และทีมงานผู้ปฏิบัติยังคงเป็นชุดเดิม โดยเน้นแนวทางในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาใน 4 ประเด็นที่สำคัญ คือ 1. การสืบสวนหาข่าว 2. การป้องกัน 3. การปราบปราม และ4. การสอบสวนและสร้างองค์ความรู้
- ปัญหาและอุปสรรคในการเดินหน้าทำงาน
ปัญหาที่สำคัญคือ กระบวนทัศน์ของสังคมต่อปัญหาหนี้นอกระบบ เนื่องจากการทำสัญญากู้ยืมเงินนอกระบบเป็นความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติมีทัศนคติต่อปัญหานี้นอกระบบว่าเป็นปัญหาระหว่างคู่สัญญาเท่านั้น ดังนั้นแนวทางในการแก้ไขปัญหาระยะสั้นควรเร่งรณรงค์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจและตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากปัญหาหนี้นอกระบบ
ไม่ว่าเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือบุคคลเหล่านั้น เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติ กระบวนทัศน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการประสานความร่วมมือเพื่อวางแผนจัดการ แก้ไข และช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบและทั่วถึง
ระยะยาว ปรับเปลี่ยนวิธีคิดของสังคมให้ตระหนักว่าปัญหาหนี้นอกระบบเป็นปัญหาที่ร้ายแรงของสังคม อันนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ตามมา และส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง
- สิ่งที่เจ้าหน้าที่อยากได้ความร่วมมือจากประชาชน
สิ่งที่ตำรวจคาดหวังและอยากได้จากประชาชน คือ ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ปล่อยเงินกู้นอกระบบ และบุคคลที่รับจ้างทวงหนี้ด้วยการข่มขู่หรือใช้กำลัง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองได้สร้างช่องทาง ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน หรือจากลูกหนี้นอกระบบ ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับรองว่าเป็นช่องทางที่เป็นความลับ และปลอดภัยแก่แหล่งข่าว โดยประชาชนสามารถแจ้งผ่านช่องทางสายด่วนที่ หมายเลข 191และ 1155
- การทำงานของฝ่ายความมั่นคงในปัจจุบันนี้ ถือว่าเรามีข้อได้เปรียบสะดวกมากขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะการอาศัยเทคโนโลยีในยุค 5G
นอกเหนือจากเทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วจากการบริการของเจ้าหน้าที่ ที่มากขึ้นแล้วนั้น อีกประการหนึ่งที่สำคัญและถือว่ามีส่วนอย่างมากในปัจจุบันที่ทำให้ งานด้านความมั่นคงและการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด คือ การบูรณาการการทำงานจากทุกส่วนราชการและภาคเอกชน
จากเดิมที่แต่ละหน่วยงานจะแก้ไขปัญหาเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ในหน่วยงานของตนเองเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้มีการการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกันในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านต่างๆ ให้กับประชาชน ในลักษณะภาคีเครือข่าย ช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างเช่น ในคดี ROMANCE SCAM หรือ CALL CENTER ประชาชนอาจถูกหลอกลวงให้โอนเงินหรือทรัพย์สินให้กับกลุ่มมิจฉาชีพซึ่งอยู่ต่างประเทศ หากเป็นเมื่อก่อนโอกาสที่จะได้ทรัพย์สินคืนนั้นจะมีน้อยมาก แต่ปัจจุบันจากความร่วมมือที่เกิดขึ้น ทางธนาคารจะแจ้งข้อมูลให้กับทาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทราบโดยทันที ทำให้การอายัดเงิน และการส่งคืนให้กับผู้เสียหายเป็นไปด้วยความถูกต้องและรวดเร็ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 ถึงปัจจุบันได้มีการคืนเงินให้กับผู้เสียหาย ROMANCE SCAM และ CALL CENTER ไปแล้วทั้งสิ้น 38ครั้ง ผู้เสียหาย148าย รวมมูลค่า 30,340,010.42 บาท
- ในฐานะคนทำงาน มีอะไรที่อยากจะฝากไปยังพี่น้องประชาชนหรือไม่ โดยเฉพาะในวันนี้ ประชาชนต้องการความมั่นใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้นโยบายกับข้าราชการตำรวจทุกระดับในการมอบนโยบายประจำปี เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 ว่า “ผมไม่ใช่คนที่ไม่ยอมรับความจริง สิ่งไหนที่ผิดพลาดก็นำมาแก้ไข ถ้ามีตำรวจนอกแถว ก็ต้องดำเนินการตามระเบียบวินัย” เป็นการยืนยันจากผู้นำสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะทำให้สังคมได้ตระหนักรับรู้ว่า ภาพลักษณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อพี่น้องประชาชน ขอให้ประชาชนได้มั่นใจว่า ตำรวจทุกนายพร้อมที่จะดูแลพี่น้องประชาชน
- ทหารเองได้แสดงจุดยืนในการทำงาน สำหรับช่วงการเมืองเปลี่ยนผ่าน โดยส่วนตัวแล้ว มองว่าตำรวจจะปฏิบัติหน้าที่อย่างไรในช่วงเปลี่ยนผ่านเช่นนี้
ส่วนตัวมองว่า จุดยืนของทหารและตำรวจไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ทั้งทหารและตำรวจในฐานะกลไกของรัฐ ยังคงยึดมั่นในสถาบันสูงสุดของประเทศ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางที่รัฐบาลกำหนด
- สิ่งที่ ผบ.ตร.เน้นย้ำในการทำงานมาโดยตลอด คืออะไรบ้าง
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เน้นย้ำใน 6 ภารกิจหลัก คือ 1. การพิทักษ์ปกป้องและเทิดพระเกียรติเพื่อสร้างความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2. การรักษาความมั่นคงและความเรียบร้อยในสังคม 3. การป้องกันปราบปรามและลดระดับอาชญากรรม 4. การแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ 5. การเร่งรัดขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปองค์กรตำรวจในยุคประชาคมอาเซียน 6. การเสริมสร้างความสามัคคีและการบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ และพร้อมที่จะนำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ก้าวไปสู่ การเป็น “องค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา”
- ใครมีส่วนที่จะทำให้สังคมและบ้านเมืองสงบสุขได้บ้าง
ลำพังแต่เพียงผม หรือข้าราชการตำรวจ คงไม่สามารถทำให้สังคมและบ้านเมืองสงบสุขได้ แต่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะช่วยกันมีความสามัคคีและร่วมมือกันพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้า สังคมก็จะน่าอยู่สมาชิกในสังคมก็มีความสงบสุข