เวทีม็อบลานคนเมือง ถกค้าน พรบ.ควบคุมการรวมกลุ่ม-จริยธรรมสื่อ
วันที่ 24 มิ.ย. 65 กลุ่มทะลุฟ้า และ We Volunteer จัดกิจกรรมฉลอง 90 ปี 24 มิถุนายน คณะราษฎร ยังไม่ตาย ที่บริเวณลานคนเมือง โดยมีเวทีเสวนาในเรื่องของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ อาทิ เรื่องสมรมเท่าเทียม, พรบ.จริยธรรมสื่อ, พรบ.ควบคุมการรวมกลุ่ม และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำโดย นายปกป้อง ชนานันท์, นางจีรนุช เปรมชัยพร, นายณัชปกร นามเมือง และนายวิญญู วงศ์สุรวัฒน์
นายปกป้อง กล่าวว่า ร่าง พรบ.สมรสเท่าเทียม จากพรรคก้าวไกลที่ผ่านวาระแรกไปแล้วนั้น ทำให้เรามีความหวัง แต่ตนตั้งข้อสังเกตว่าสภาเองค่อนข้างหวั่นเกรงกับเสียงภาคประชาชน จึงมีการเตะถ่วงเวลา และโหวตให้ผ่านทั้งพรบ.คู่ชีวิต และพรบ.สมรสเท่าเทียม ซึ่งตรงกันข้ามกับภาคประชาชนที่ต้องการสนับสนุนสมรสเท่าเทียม แต่รัฐบาลผลักดันในทางตรงกันข้าม โอกาสที่จะได้สมรสเท่าเทียมนั้น ภาคประชาชนต้องแข็งแรงและร่วมผลักดันไปพร้อมกัน
นายปกป้อง กล่าวต่อว่า ตอนนี้เสถียรภาพของรัฐบาลน้อยลงแล้วเพราะ ร่างของฝ่ายค้านผ่านได้ถึง 2 ฉบับ แสดงถึงสังคมที่เปลี่ยนไป ส่วนวาระ 2 ยังไม่สามารถสรุปเวลาได้ แต่ตอนนี้กำลังเร่ง และมั่นใจว่าร่างสมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกลอาจจะไม่ต้องแก้เลย สามารถใช้ได้จริงในสังคม
ด้านนางจีรนุช กล่าวว่า พรบ.จริยธรรมสื่อ เราไม่เห็นด้วยตั้งแต่ร่างที่ออกมาแล้ว มันอยู่บนหลักการหรืออ้างเหตุผลที่ดี แต่ความจริงคือเป็นการกำกับสื่อ ซึ่งขัดกับหลักการที่สื่อต้องเป็นอิสระและไม่ถูกกำกับโดยรัฐ และความเป็นสื่อไม่ใช่แค่อาชีพ แต่เป็นสิทธิในการสื่อสารของคนทั่วไปๆ ส่วนในกรณีของร่าง พรบ.ควบคุมการรวมกลุ่ม เราจะไม่ให้ร่าง พรบ.นี้เข้าสภาอย่างแน่นอน และหวังว่าการต่อสู้ที่กำลังดำเนินไปให้ ครม. ยกเลิกมติและร่างนี้ให้ได้ รัฐกำลังพยายามควบคุมองค์กรต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ NGO แต่นอกจากนั้นยังมีการควบคุมการทำกิจกรรมแบบกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ด้วยการกำหนดนิยามที่กว้าง ซึ่งส่งผลต่อการปิดกั้นเสรีภาพในประเทศไทย
นายวิญญู กล่าวว่า พรบ.จริยธรรมสื่อ ถ้ามองในแง่ดีคือเหลือเวลาอยู่ไม่มาก ทำให้ไม่ร่าง พรบ. นี้เข้าถึงสภาไม่ทัน แต่หากมาเร็วกว่านี้อาจกลายเป็นมรดกของเผด็จการและทำให้สื่อทำงานลำบากมากขึ้น ซึ่งประชาชนควรเข้าถึงข่าวสารได้อย่างเต็มที่ และสื่อควรทำงานได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
ขณะที่นายณัชปกร กล่าวว่า การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากภาคประชาชนถูกยื่นไป 3 ครั้งแล้ว และล่าสุดคือครั้งที่ 4 ที่อาจจะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดาห์หน้า เน้นแก้เรื่องสิทธิเสรีภาพ สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และนายกรัฐมนตรีต้องมากจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน แต่สิ่งที่เราควรให้ความสนใจเป็นอย่างมากคือการยกเลิก มาตรา 272 ที่ให้มีนายกที่มาจากคนนอก และให้สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิ์เลือกนายก ถ้าเราแก้มาตรานี้ได้ นายกก็จะมาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง