ไม่ทน!! “ทนายอนันต์ชัย” ลุยฟ้อง “สันธนะ” หมิ่นฯ เรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 3 เม.ย.66 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ได้เดินมายื่นฟ้องนายสันธนะ ประยูรรัตน์ ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหาย 5 ล้านบาท โดยมีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ เดินทางมาให้กำลังใจด้วย
โดย ทนายอนันต์ชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา นายสันธนะ ประยูรรัตน์ ได้ให้สัมภาษณ์ และแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลายสำนัก ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกล่าวหาตนเองว่าเป็น “ไอ้ทนายมหาโจร” / “ไอ้ทนายฝึกหัด” ซึ่งตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 คำว่า “มหา” หมายความว่า ใหญ่ หรือยิ่งใหญ่ และคำว่า “โจร” หมายความว่า ผู้ร้ายที่ลักขโมย หรือปล้นสะดมทรัพย์สินผู้อื่น ดังนั้น คำว่า “ไอ้ทนายมหาโจร” จึงมีความหมายว่า “ทนายความที่มีพฤติกรรมชั่วร้ายยิ่งกว่าโจรที่ลักขโมย หรือปล้นสะดมทรัพย์สินผู้อื่น” ทำให้ประชาชนที่ได้ฟัง หรืออ่านข้อความการให้สัมภาษณ์ของนายสันธนะ เข้าใจว่าตนเองเป็นทนายความที่มีความประพฤติไม่ดี มือไม่สะอาด ไม่สุจริต เข้าข้างคนผิด มีพฤติกรรมชั่วร้ายยิ่งกว่าโจรที่ลักขโมย หรือปล้นสะดมทรัพย์สินผู้อื่น
ทั้งที่ความจริง กว่า 37 ปีที่ผ่านมา ตนเองไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยในการประกอบวิชาชีพทนายความ ไม่เคยเข้าข้างคนผิด ไม่เคยเป็นทนายความให้โจร ตรงกันข้ามตนเองประพฤติตนเป็นพุทธมามกะช่วยเหลือ ดูแล บำรุง รักษาพระพุทธศาสนา เป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม มีปณิธานธำรงไม่ทำลายพุทธศาสนา ซึ่งประชาชน และพระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศทราบดี
ส่วนคำว่า “ไอ้ทนายฝึกหัด” มีความหมายตามที่วิญญูชนทั่วไปเข้าใจว่า หมายถึงคนที่เพิ่งเป็นทนายใหม่ๆ ทนายที่ไม่มีประสบการณ์ ใครจ้างว่าความย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการแพ้คดี เพราะเป็นทนายที่เพิ่งเรียนจบ มีประสบการณ์น้อย ซึ่งความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะว่าตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาตรี / ระดับปริญญาโท / และเนติบัณฑิตไทย / จบการศึกษากฎหมายชั้นสูงจากสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง สภาทนายความ อีกทั้งประกอบวิชาชีพทนายความมานานกว่า 37 ปี
โดยเปิดบริษัทชื่อ “บริษัท กฎหมายอนันต์ชัย ไชยเดช จำกัด” ซึ่งตนเองเป็นทนายความ รับว่าความแก้ต่างให้แก่ลูกความผู้มีชื่อเสียง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนมากมาย รวมทั้งทำคดีช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมให้ได้ความเสมอภาคกับผู้อื่น ตามที่เป็นข่าวลงในสื่อทุกประเภท ดังนั้น การกระทำของนายสันธนะ จึงเป็นการใส่ความ เหยียดหยาม ด้อยค่าการประกอบวิชาชีพทนายความ และทำให้ตนเองเสียชื่อเสียง จึงได้ยื่นฟ้องนายสันธนะ พร้อมทั้งเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน จำนวน 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระหนี้แล้วเสร็จ และให้นายสันธนะ จ่ายค่าธรรมเนียม และค่าทนายความแทนด้วย
นอกจากนี้ ขอให้นายสันธนะ จ่ายโฆษณาคำพิพากษา และคำขอโทษตนเองเป็นเวลา 7 วัน ผ่านสื่อโทรทัศน์ 10 สื่อ / สื่อหนังสือพิมพ์ 14 สื่อ / และสื่อออนไลน์ 21 สื่อ รวม 45 สื่อ ด้วย