สามสาวไทยเหยื่อ"หนุ่มมะกัน"ล่าแต้มในแอปฯ หาคู่หลอกขายฝันมีครอบครัวที่อบอุ่นก่อนแอบถ่ายคลิปแชร์โซเชียล

อาชญากรรม8 ม.ค. 2567 • 05:20 น.
สามสาวไทยเหยื่อ"หนุ่มมะกัน"ล่าแต้มในแอปฯ หาคู่หลอกขายฝันมีครอบครัวที่อบอุ่นก่อนแอบถ่ายคลิปแชร์โซเชียล

วันที่ 8 ม.ค.2567 เวลา 10.00 น. ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาเหยื่อหญิงสาว 1 ใน 3 รายเข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อขอให้ช่วยติดตามตัวนายโทมัส อายุ 33 ปี สัญชาติอเมริกันมาดำเนินคดี หลังหลอกหญิงสาวหลายรายในแอปพลิเคชั่นหาคู่ โดยอ้างตัวเป็นอดีตทหารปลดประจำการ ชอบสาวเอเชีย อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น และพาไปอยู่กินที่อเมริกาด้วยกัน

หลังมีความสัมพันธ์กันก่อนจะใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายคลิปโดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัว เมื่อหญิงสาวจับได้ขอเลิก นายโทมัสจะใช้กำลังทำร้าย บีบคอ ใช้หมอนปิดหน้า ทำลายข้าวของ และขโมยทรัพย์สินหลบหนีไป บางรายถูกส่งคลิปโป๊เปลือยของหญิงสาวมาข่มขู่คุกคาม และแชร์คลิปในโซเชียลพร้อมประจานด้วยข้อความเสียหาย

นางปวีณา กล่าวว่า จากที่ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ได้เล่าว่าก่อนหน้านี้ นายทอมก็เคยมีภรรยาเป็นชาวฟิลิปปินส์ ชาวจีนอยู่ที่อเมริกา และมีพฤติกรรมรุนแรง ชอบคุยกับหญิงสาวหลายรายในแอปฯ หาคู่ต่างๆ เช่นเดียวกัน โดยขณะนี้สาวไทยตกเป็นเหยื่อนายทอมถึง 3 ราย จึงได้ขอให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี โดยระงับการเดินทางออกนอกประเทศจนกว่าจะจับกุมตัวได้ ทั้งนี้คาดว่ายังมีหญิงสาวผู้เสียหายอีกหลายรายที่ไม่กล้าออกมาแจ้งความเพราะอับอาย ทั้งนี้พบข้อมูลว่านายโทมัส เป็นสมาชิกกลุ่มลับที่มีการขายคลิปโป๊เปลือย คลิปลามก และมีคลิปหญิงสาวหลายรายถูกปล่อยขายในกลุ่มลับ ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย จึงเกรงว่าคลิปของตนจะถูกขายในกลุ่มลับด้วย และเกรงว่านายทอมจะไปหลอกหญิงสาวรายอื่นๆ สร้างความเสียหาย จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯติดตามคดี  

เหยื่อรายที่ 1. น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี อาชีพโปรแกรมเมอร์ รู้จักกับนายโทมัส อายุ 33 ปี สัญชาติอเมริกัน ในแอปพลิเคชั่นหาคู่  หลังได้พูดคุยกันอยู่ประมาณ 4 เดือน นายโทมัส บอกว่าตนเองเป็นอดีตทหารปลดประจำการ ขณะนี้ทำงานขับรถบรรทุกอยู่ที่อเมริกา ต้องการคบหากับผู้หญิงไทยที่นิสัยดีและสร้างครอบครัวที่อบอุ่น และเจอกับตนเองในช่วงเดือน เม.ย.65 ระหว่างที่อยู่ด้วยกันประมาณ 2 เดือน นายโทมัสพูดสร้างฝันสวยงาม การวางแผนชีวิต บอกว่าจะพาไปจดทะเบียนและขอวีซ่าพาไปอยู่ที่อเมริกา ตนหลงเชื่อจึงได้ยอมจ่ายค่าโรงแรมที่พักให้ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท และมีความสัมพันธ์กัน แบะมาจับได้ว่าคบหญิงอื่นอีกจึงขอยุติความสัมพันธ์และไม่รู้ว่าถูกนายโทมัสแอบถ่ายคลิปเอาไว้

เหยื่อรายที่ 2. น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี อาชีพพนักงานต้อนรับ เล่าว่า ได้รู้จักกับนายโทมัสในแอปพลิเคชั่นหาคู่ แอปฯ เดียวกันกับน.ส.เอ โดยวิดีโอคอลคุยกันอยู่หลายเดือน จนช่วงเดือนมิ.ย.65 นายโทมัสเดินทางมาหาและอยู่กินกันที่ห้องพักย่านบางชัน พร้อมกับจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยา ระหว่างที่อยู่ด้วยกันนายโทมัสมักจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวเวลาโมโหจะทำลายข้าวของเสียหาย ทำร้ายทุบตีที่ศีรษะตนบาดเจ็บ 

ต่อมาวันที่ 9 ก.ย.65 ผู้เสียหายจับได้ว่านายโทมัสแอบคุยกับผู้หญิงคนอื่นและมีการไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งกับผู้หญิงชาวอินโดนีเซีย ที่ประเทศอินโดนีเซีย จึงได้ทะเลาะมีปากเสียงกัน และนายโทมัสได้ทำร้ายร่างกายตนโดยการบีบคอ เอาหมอนกดที่ใบหน้า ซึ่งวันนั้นก่อนที่นายโทมัสจะหนีไปได้ขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงของตนไปด้วย จึงได้ไปแจ้งความที่ สน.บางชัน ซึ่งตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปยื่นต่อศาลในการใช้ฟ้องหย่า  แต่นายโทมัสไม่ยอมอย่าแถมยังส่งคลิปโป๊และคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์ไปให้เพื่อนๆ และที่ทำงานของผู้เสียหายเพื่อประจานในโซเชียลจนต้องลาออกจากงาน และป่วยเป็นแพนิค ต้องย้ายที่ทำงานจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ที่จ.ภูเก็ต 
   
น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เหยื่อรายที่ 3 เล่าว่า ได้รู้จักกับนายโทมัส ทางแอปพลิเคชั่นหาคู่เดียวกับน.ส.เอ และน.ส.บี โดยคุยกันเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.66 นายโทมัสบอกว่าอยากสร้างครอบครัวกับสาวไทย ก่อนจะนัดเจอกันที่อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ในวันที่ 15 ธ.ค.66 วันแรกที่เจอกันนายโทมัสได้ขอตนแต่งงานแต่ตนได้ปฏิเสธโดยขอให้ดูใจเรียนรู้กันไปก่อน โดยช่วงที่อยู่ด้วยกัน 1 อาทิตย์ ที่ห้องพักในอ.บางใหญ่ ตนรู้สึกว่านายโทมัสเป็นคนที่อารมณ์รุนแรง ชอบสบถด่าคนอื่น และคิดว่าคงไปกันไม่ได้ 

ซึ่งต่อมา น.ส.ซี ได้ขอยุติความสัมพันธ์กับนายโทมัสและตกลงจะแยกย้ายกันในตอนเช้า แต่คืนนั้นนายโทมัสได้นอนหลับแกล้งทำเป็นละเมอและต่อยเข้าที่ใบหน้าตน โดยอ้างว่าเป็นเอฟเฟคจากที่เคยเป็นทหารมา จากนั้นนายโทมัสก็ได้ขึ้นคร่อมนั่งทับร่างของตนและใช้หมอนกดที่ใบหน้าตนจนเกือบจะหายใจไม่ออก ก่อนจะถีบตนตกจากเตียงและตามมาบีบคอตนอย่างแรงจนจะทนไม่ไหว จนตนเองต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจึงรอดมาได้และรีบวิ่งหนีออกจากห้องพักแจ้งตำรวจสภ.บางใหญ่ มาช่วยเหลือ แต่นายโทมัสปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไรพร้อมทั้งเอาโทรศัพท์มือถือของตนไปด้วย 

ขณะนี้ตนทราบว่านายโทมัสยังอยู่ในไทย พร้อมกับได้พูดคุยกับน.ส.เอ และน.ส.บี ผู้เสียหายอีก 2 ราย ต้องการจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะนายโทมัสเป็นคนอันตราย เป็นภัยร้ายของผู้หญิง จึงตัดสินใจรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดพากันเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา ประธานมูลนิธิปวีณาฯ   

ด้านพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ระบุว่าหลังจากนี้จะสั่งการให้ตรวจสอบและระงับการออกจากประเทศ พร้อมเร่งพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่ออกหมายจับ ในข้อหา นำ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกง ส่วนจะเอาคดีที่เกิดขึ้นมารวมเป็นคดีเดีบวกันหรือไม่นั้นข้อดูในรายละเอียดก่อน

อย่างไรก็ตามล่าสุดมีข้อมูลว่านายโทมัส ได้เดินทางไปยังประเทศเวียดนามแล้ว