ทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ 3 ราย ตรวจยึดทรัพย์สินกว่า100ล้านบาท
เมื่อเวลา10.00 น.วันที่19 ก.พ.62 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขานรอง ผบ.ตร.ร่วมกับตำรวจภูธรภาค5 สำนักงานป้องการและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) บช.ปส.,ปปง. ดีเสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลเปิดปฏิบัติการเอ็กซเรย์กลุ่มการเงินเครือข่ายยาเสพติด ชายแดนไทย-เมียนมา และชายแดนไทย -สปป.ลาว หลังเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 6เป้าหมาย เครือข่ายฟอกเงินยาเสพติด
โดยจุดแรกเริ่มปฏิบัติการตอนเวลา 05.00 น.ของวันเดียวกัน นำกำลังพร้อมหมายจับเข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาสมคบกันค้ายาเสพติด ภายในบ้านเลขที่22/38 กรุงเทพกรีฑา7แยก4แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.จับกุม น.ส.ปิยะฉัตร วิชดิลก อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 91/2562 วันที่15 ก.พ.และนายกฤติพงษ์ อุเทนสุต อายุ30 ปี สามีตามหมายจับศาลอาญาที่ 92/2562 วันที่15 ก.พ. จากนั้นเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 78/38 หมู่บ้านแกรนด์บางกอกบูเลอวาร์ด รัชดา-รามอินทรา เป็นบ้านหรู 2 ชั้น มูลค่ากว่า30 ล้านบาท พบรถปอร์เช่และเบนซ์จอดอยู่ที่หน้าบ้าน จับกุมนายอัมพร หีมหมัน อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นสามีอีก 1 คนของนางสาวปิยะฉัตร ได้ภายในห้องนอน จากการสอบสวนให้การปฏิเสธ
ผลการปฏิบัติเจ้าหน้าที่ตรวจยึดทรัพย์สินของ 3 ผู้ต้องหา เป็นบ้านในโครงการทาวน์อเวนอวพระราม 9 มูลค่า 4 ล้านบาทโครงการแกรนด์บางกอกบูเลอวาร์ดรัชดารามอินทราและพระราม 9 รวม 42 ล้านบาท หมู่บ้านเพอร์เฟกเพลส 1หลัง มูลค่า30 ล้านบาท รวม 4 หลัง คอนโด 2 แห่ง รถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน 5กณ.5000 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1คัน ปอร์เช่พาพาเมร่า ป้ายแดง จำนวน 1 คัน เบนซ์ 220D ทะเบียน 5 กต 33 จำนวน 1คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน ฮาทิฮาเลย์และฮอนด้า NSX จำนวน 3 คันกระเป๋าแบรด์เนมตู้เซฟและอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดให้เกิดผลอย่างจริงจัง เพื่อลดความต้องการของยาเสพติด ครั้งนี้ถือเป็นการขุดรากถอนโคนระดับผู้บริหารทางการเงินของเครือข่ายนี้
ด้าน พ.ต.ท.นริช สอนดิศฐ รองผู้กำกับสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นในวันนี้ มีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจนว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดก่อนหน้านี้ 3คดี ทั้งในปี2557 และ 2558 เป้าหมายวันนี้ ถือเป็นระดับสั่งการรายสำคัญ โดยนางสาวปิยะฉัตร วัชรดิลก 1ในเครือข่ายทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการให้นำยาจากภาคเหนือมาจำหน่ายในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออก จากนั้นนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด โอนเงินกลับไปให้กับนายทุน ทางภาคเหนือและประเทศเพื่อนบ้านโดยตรงด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับ นางมินท์ เตง เอ สัญชาติเมียนมาที่ถูกจับได้ปี60ศาลได้ตัดสินประหารชีวิต และนางหมอนเพชรอรุณ นักธุรกิจสัญชาติลาวซึ่งเป็นผู้ต้องหาเคยถูกจับไปแล้ว เมื่อปี 2560 ที่เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในไทย ก่อนโอนไปยังโรงงานผลิตยาในเมียนมา รวมถึงพบมีการทำธุกรรมกับนักโทษในเรือนจำเขาบินด้วย
จากการตรวจสอบนางสาวปิยะฉัตร มีอาชีพไม่แน่นอน แต่มีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้าน และทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นชื่อของนายกฤติพงษ์ เบื้องต้น นายกฤติพงษ์ ให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และไม่ทราบว่านางสาวปิยะฉัตร ค้ายาเสพติด ส่วนเงินที่นำมาซื้อบ้านราคากว่า 9 ล้านบาท และรถยนต์หรูนั้น เป็นการซื้อผ่อน โดยกู้กับธนาคารในช่วงที่ตนเองเปิดร้านอาหาร แต่ขณะนี้ปิดไปแล้ว และขณะนี้เงินในบัญชีมีเพียง 10,000 บาทเท่านั้น
ด้านนายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการป.ป.ส. ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องตามเส้นทางการเงิน ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไรก็ตามต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด