ผบก.สืบภาค 2 ลาดตระเวนในโลกโซเชียล แกะรอยมิจฉาชีพออนไลน์ทลายขบวนการผลิตซิมเถื่อนเลขมงคล
วันที่ 9 พ.ย.64พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 นำทีมสืบสวนของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ประกอบด้วย พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง ผกก.กลุ่มงานตรวจสอบสำนวนคดี บก.กค.ภ.1 พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.ฝอ.7 บก.อก.บช.น. พ.ต.อ.จุมพล อินทลักษณะ ผกก.ฝอ.3 บก.อก.ภ.2 พ.ต.อ.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.2 พ.ต.ต.ชัยวัฒน์ จงเจริญ สว.(สอบสวน) สน.บางกอกใหญ่ พ.ต.ต.สุริยะ น้อยภักดี สว.(สอบสวน) สน.เตาปูน พ.ต.ท.นรามินธร์ เทพจักรินทร์ รอง ผกก.3 บก.ปส.3 พ.ต.ต.ประสาน อ่อนนวม สว.กก.3 บก.ปส.3และ เจ้าหน้าที่ บก.สส.ภ.2 ร่วมกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมือง พิษณุโลก และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง พิษณุโลกร่วมกันจับกุมนายอนุวัติ พุ่มมา อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ที่ 6 ตำบลปากโทก อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก สองสามีภรรยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ จ.287/2564 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2564 และ น.ส.ณภษร ขุนพารเพิง อายุ 33 ปี ที่อยู่ 75/1 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนตรอ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ จ.288/2564
พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ CPU จำนวน 1 เครื่อง ตรวจสอบแล้วพบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหาตัดต่อบัตรประจำตัวประชาชน จำนวนประมาณ 15,600 ภาพ
,เอกสารการลงทะเบียนเปิดเบอร์โทรศัพท์ที่ถูกปลอมแปลง จำนวน 69 ฉบับ
,บัตรประจำตัวประชาชนปลอม จำนวน 68 ฉบับ ( 68 คน)
,ซิมการ์ดผ่านการลงทะเบียนแล้วประมาณ 1,500 ซิมการ์ด
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม , ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตราการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าจากกรณีดังกล่าว ชุดลาดตระเวนออนไลน์ (ONLINE PATROL) ของ บก.สส.ภ.2 ตรวจสอบพบคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ใช้เฟสบุ๊ค (facebook) ชื่อว่า “เบอร์มงคล รหัสเปลี่ยนชีวิต” มีการลักลอบจำหน่ายเบอร์โทรศัพท์ที่มีเลขสวยและมีการลงทะเบียนซิมการ์ดไว้แล้ว ซึ่งเมื่อทำการตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนร้ายจะลักลอบนำข้อมูลของประชาชนที่เคยสั่งซื้อซิมการ์ดกับกลุ่มคนร้าย ไปลงทะเบียนเปิดเบอร์ใหม่อีกจำนวนมาก โดยที่เจ้าของบัตรประจำตัวประชาชนไม่รู้เรื่อง และเมื่อกลุ่มคนร้ายลงทะเบียนด้วยข้อมูลของผู้เสียหายจนถึงกำหนดที่บุคคลคนหนึ่งจะลงทะเบียนเปิดเบอร์ได้แล้วนั้น กลุ่มคนร้ายยังอาศัยการตัดต่อโดยปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชนเดิมนั้น เปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการรับลงทะเบียน ทำให้สามารถลงทะเบียนสั่งซื้อเบอร์โทรศัพท์ได้อย่างไม่จำกัดด้วยชื่อของผู้เสียหาย และลักลอบขายเบอร์เหล่านั้นให้กับกลุ่มลูกค้าที่ไม่ประสงค์ลงทะเบียนตามกฎหมาย ในบางรายมีราคาสูงถึง 270,000 บาท (สองแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน) ซึ่งอาจมีกลุ่มมิจฉาชีพซื้อเพื่อนำไปใช้งานทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้ยาก สร้างความเสียหายให้สังคม และเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ อีกทั้งกลุ่มคนร้ายมีประวัติต้องโทษในคดียาเสพติดและอาวุธปืน จึงรายงานให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ทราบ และได้ลงมาควบคุมสืบสวนจับกุมด้วยตนเอง และจากการขยายผลตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในการสร้างความเชื่อมั่น และความปลอดภัยให้กับประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ได้สั่งการให้ดำเนินกวดขันกวาดล้างจับกุมอย่างจริงจัง
จากการสอบสวนในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ และให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนเป็นของปลอมโดยซิมเหล่านั้นขายให้กับกลุ่มคนในโลกออนไลน์ผ่าน facebook อาจจะมีกลุ่มมิจฉาชีพมาซื้อโดยยอมรับว่าหมายเลขที่ตนเองขายไปจะถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ และจากการสืบสวนพบว่ามีบางเบอร์ขายในราคาสูงสุดถึง 270,000 บาท
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีการประสานงานร่วมกับผู้ให้บริการในการสืบสวนขยายผลต่อ และขอความร่วมมือให้ประชาชนตรวจสอบกับผู้ให้บริการโทรศัพท์โดยเร็วว่า ชื่อ-สกุลจริง ของตนเองถูกใช้ลงทะเบียนหมายเลขโทรศัพท์อื่นที่ไม่ใช่ของตนเองหรือไม่ และขอเตือนผู้ประกอบธุรกิจประเภทนี้ให้ ตำรวจและผู้ให้บริการจะร่วมกันตรวจสอบอย่างจริงจัง หากตรวจพบจะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย
ฝากเตือนภัยประชาชน การซื้อของออนไลน์ เป็นช่องทางให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ ให้ใช้ความระมัดระวัง หากมีความจำเป็นที่จะต้องส่งข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชน ให้ทำการขีดค่อมหรือใส่ข้อความลายน้ำพร้อมระบุข้อความให้ชัดเจนว่าใช้เพื่อการใด อย่าชะล่าใจ อย่าไว้ใจใครในโลกออนไลน์ ด้วยความปราถนาดีจาก ทีมลาดตระเวนออนไลน์ บช.ภ.2