ย้ายด่วน! "อัยการบอย" เข้ากรุ! ปม "เสี่ยแป้ง นาโหนด" ซัดเอี่ยวเรียกรับเงิน 5 แสนบาท

อาชญากรรม30 พ.ย. 2566 • 07:45 น.
ย้ายด่วน! "อัยการบอย" เข้ากรุ! ปม "เสี่ยแป้ง นาโหนด" ซัดเอี่ยวเรียกรับเงิน 5 แสนบาท

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ (อสส.) เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 นายธนกฤต จิตรอารีย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนของ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” ที่เรียกร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้ตรวจสอบกรณีคลิปวิดีโอของ "เสี่ยแป้ง นาโหนด" ที่อ้างว่า เกี่ยวข้องกับอัยการเรียกรับสินบนจำนวน 5 แสนบาท และกรณีพาดพิงถึง”อัยการบอย”โดยมี นายประยุทธ เพชรคุณโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้รับหนังสือ

ต่อมา นายประยุทธ เพชรคุณ โฆษก อสส. เปิดเผยว่า เรื่องที่ นายแป้ง เผยแพร่คลิปซึ่งพาดพิงถึงอัยการในพื้นที่สำนักงานอัยการภาค 9 เรื่องดังกล่าว นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุดไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการติดตามตรวจสอบมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวอัยการสูงสุดเคยได้รับเรื่องจากผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปวางไว้ที่ศาลแขวงจังหวัดสงขลา เพื่อให้ตรวจสอบ ก่อนที่จะมีคลิปเผยแพร่ออกมาในช่วง 3 สัปดาห์นี้

"หลังจากนั้นอัยการสูงสุดได้ทำการตรวจสอบทันที ซึ่งพบว่า นายเลอศักดิ์ ดุกสุขแก้ว อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการภาค 9 รักษาการตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงสงขลาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คาดว่าเป็นการยื่นหนังสือจากบุคคลที่สามหรือผู้ไม่หวังดี ซึ่งสอดคล้องกับที่นายแป้ง เผยแพร่คลิป ว่าไม่ได้เป็นผู้ร้องเรียนอัยการจังหวัดคดีศาลแขวงสงขลา"

โฆษก อสส. ยังกล่าวถึงกรณี อัยการบอย หลังจากที่อัยการสูงสุดสั่งสำนักงานวิชาการให้รับสำนวนคดี นายแป้ง ที่กล่าวหาอัยการบอย มาตรวจสอบเมื่อวันอังคารที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวน ล่าสุดเมื่อช่วงเช้า (30 พ.ย.) อัยการสูงสุดมีคำสั่งย้ายอัยการบอย เข้ามายังส่วนกลาง คือ สำนักงานอัยการการค้ามนุษย์ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อไม่ให้เกี่ยวข้องกับงานคดี โดยยืนยันว่าการสั่งย้ายไม่ได้หมายความว่าอัยการบอยมีความผิด แต่ย้ายเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นายประยุทธ กล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบมี 2 สำนวน กรณีที่ฟ้องตำรวจชุดจับกุมและพลเรือนรวม 8 ราย คดีอุ้มรีดทรัพย์และกักขังหน่วงเหนี่ยว แลกกับการไม่ดำเนินคดีนั้น ขณะนี้พนักงานอัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องไปเมื่อวันที่ 13 ก.ย.2566 และอยู่ระหว่างนัดส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาฟ้องพร้อมสำนวนวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157,กักขังหน่วงเหนี่ยว และข้อหาอื่นๆ รวม 10 ข้อหา ส่วนประเด็นที่นายแป้ง(เสี่ยแป้ง นาโหนด) อ้างว่าอัยการบอย เรียกรับ ผลประโยชน์เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท นั้นข้อกล่าวหาดังกล่าว จะต้องรอคณะกรรมการที่อัยการสูงสุดแต่งตั้งขึ้นมาตรวจสอบในประเด็นที่นายแป้งร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วทางโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดจะมีการชี้แจงถึงผลการสอบสวนอีกครั้ง ส่วนจะมีคำสั่งย้ายอัยการที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่นั้นมองว่าเรื่องนี้ยังไกลไปที่จะมีคำสั่งได้

ส่วนที่ทำไมสังคมต้องเชื่อจากจดหมายร้องเรียนของนายแป้ง ยืนยันว่า ไม่ใช่แบบนั้น แต่มองว่า เป็นการตรวจสอบ หากมีคนท้วงติงในเรื่องการสั่งคดี อีกทั้งเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ อัยการสูงสุดจึงให้ความสำคัญที่จะต้องทำให้โปร่งใส เพื่อตอบสังคมให้ได้

ทั้งนี้ คดีดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 นายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง เป็นผู้ต้องหาที่ 1 และอัยการดังกล่าวเป็นผู้ต้องหาที่ 2 รวมมีผู้ต้องหา 7 คน ถูกตั้งข้อหาร่วมกัน ปล้นทรัพย์ฯ, ข่มขืนใจผู้อื่นฯ, มีอาวุธฯ, พาอาวุธไปที่สาธารณะฯ ต่อมาเมื่อถึงชั้นอัยการได้มีการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่ 2-6 คน สั่งฟ้องนายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง คนเดียว ซึ่งเมื่ออัยการได้มีคำสั่งดังกล่าวทาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ไม่ได้ส่งความเห็นแย้ง คดีจึงสิ้นสุดไปในส่วนของผู้ที่ไม่ถูกสั่งฟ้อง ต่อมาศาลสั่งลงโทษจำคุก นายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง จนนำไปสู่การหลบหนีออกจากโรงพยาบาล

 


#เสี่ยแป้งนาโหนด #อัยการบอย #เชาวลิตทองด้วง #แป้งนาโหนด