ตร.เร่งรัดคดีเด็กม. 3 เสียชีวิตจากการถูกหลอกลวงลงทุนออนไลน์
วันที่ 13 ม.ค.66 ที่ บช.สอท. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท.ตามนโยบายของรัฐบาลโดย ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ ให้ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันปราบปรามมิจฉาชีพ และอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง และเด็ดขาด สืบสวนให้ถึงต้นตอของขบวนการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก
จากกรณีเมื่อวันที่ 8 ม.ค.66 นายอาทิตย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 15 ปี นร.ชั้น ม.3 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ก่อเหตุสลดผูกคอตัวเองเสียชีวิตในป่าภายในซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 34 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สาเหตุมาจากถูกมิจฉาชีพหลอกทำงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สูญเงินไปกว่า 15,000 บาท
ซึ่งต่อมาวันที่ 10 ม.ค.66 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.(ปป) เรียกประชุมทีมสืบสวนของ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) โดยให้ประสานข้อมูลกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดี ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าเส้นทางการเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง โอนเข้าบัญชีเงินฝากและมีการโอนต่อเนื่องไปอีกหลายบัญชีในเวลาอันรวดเร็ว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับผู้ต้องหา รวม 11 คน
โดยภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ศปอส.ตร., พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.(ปป), ร่วมกับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พ.ต.ท.อนุรักษ์ จิรจิตร ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงฯ สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4, พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.ตอท. พร้อม เจ้าหน้าที่ บช.สอท. สนธิกำลังร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 โดย พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ต.วรพงษ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รอง ผบก.สส.ภ.1 ดำเนินการตามหมายจับวันที่ 11 ม.ค.66 พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี รรท.ผกก.2 บก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สอท.2 จับกุม น.ส.นภาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี (บัญชีม้า) ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 12/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมได้ที่ หน้าบ้านพัก (เพิงไม้) ไม่มีเลขที่ ม.5 ต.ท่าเจ้าสนุก อ.ท่าเรือ จว.พระนครศรีอยุธยา นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ม.ค.66 พ.ต.อ.กานตภณ วรรณา ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สอท.2 จับกุม น.ส.พบพร (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี (บัญชีม้า) ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 14/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมได้ที่ หน้าบ้านพักหลังหนึ่ง ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จว.ปราจีนบุรี นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2 และวันที่ 11 ม.ค.66 พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สอท.4 ร่วมกับ สภ.ไพศาลี โดยพ.ต.ต.ไพโรจน์ ปานกรด สว.สส.ฯ จับกุม นายสมบูรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี (บัญชีม้า) ตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 17/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมได้ที่ หน้าบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 4 ต.สำโรงชัย อ.ไพศาลี จว.นครสวรรค์ นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2
และวันที่ 11 ม.ค.66 พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สอท.3 จับกุม นายโอภาส (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี (บัญชีม้า) ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 15/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมได้ที่ ภายในซอย 35 ถ.รณชัยชาญยุทธ ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จว.ร้อยเอ็ด นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2 ต่อมาวันที่ 12 ม.ค.66 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.วรพงษ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ร่วมกับ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 ,พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.ตอท. ได้นำหมายค้นของ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 4/2566 ลง 11 ม.ค.66 เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 311 บ้านพายัพคอร์ด ม.4 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จว.เชียงใหม่ จับกุม นายไพบูลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี (เป็นเจ้าของบัญชี instargram ที่ใช้โฆษณาหลอกลวงชักชวนผู้เสียหายทำงานออนไลน์ ) ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 20/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมได้ที่ บ้านพายัพคอร์ด ม.4 ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2
และวันที่ 12 ม.ค.66 พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 สอท.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สอท.5 จับกุม นายชนสร (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี (บัญชีม้า) ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 13/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมได้ที่ บ้านหลังหนึ่ง ต.นาพรุ อ.พระพรหม จว.นครศรีธรรมราช นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2 วันที่ 12 ม.ค.66 พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันตรา ผกก.4 บก.สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สอท.4 จับกุมนายถนอมศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี (บัญชีม้า) ตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 19/2566 ลงวันที่ 10 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมได้ที่ หน้าบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 2 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2
ต่อมาวันที่ 12 ม.ค.66 พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี รรท.ผกก.2 บก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สอท.2 จับกุมนายรัชชานนท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 23/2566 ลงวันที่ 11 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมที่ เมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2 และวันที่ 12 ม.
ค.66 พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี รรท.ผกก.2 บก.สอท.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สอท.2 จับกุมนายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 24/2566 ลงวันที่ 11 ม.ค.66 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” จับกุมที่ เมืองทองธานี ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี นำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สอท.2 ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลืออีก 2 คนอยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมดต่อไป