ตำรวจสายตรวจ 191 รวบแก๊งค้ายาเสพติดก่อนลำเลียงส่งลงใต้

อาชญากรรม16 พ.ย. 2564 • 09:50 น.
ตำรวจสายตรวจ 191 รวบแก๊งค้ายาเสพติดก่อนลำเลียงส่งลงใต้
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 พ.ย.64 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบช.น. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติด 2 คน คือ นายอัจฉริยะ แฉล้มวารี อายุ 40 ปี และนายลัทธิ ปิ่นเกตุ อายุ 42 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 196,000 เม็ด ยาไอซ์ 300 กิโลกรัม ปืนลูกโม่ยี่ห้อสมิธ แอนด์ เวสสัน ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองยี่ห้อ เรมิงตัน ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 54 นัดรถยนต์ 10 คัน รถจยย. 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่องและสมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม จับกุมผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่บ้านเลขที่ 11 ซอยพัฒนาการ 69 แยก 2-1 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ ต่อเนื่องลานจอดรถภายในซอยลีวัน รามคำแหง 24 แยก 2 แขวงและเขตสวนหลวง กทม. การจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ได้รับการประสานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีว่า มีกลุ่มผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจึงได้ทำการสืบสวน กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองใช้บ้านเลขที่ 11 ย่านพัฒนาการ เป็นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด เพื่อเตรียมลำเลียงส่งต่อไปยังจังหวัดทางภาคใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 จึงวางแผนการจับกุม ต่อมาวันที่ 14 พ.ย.64 เวลาประมาณ 21.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบพฤติกรรมบุคคลภายในบ้านดังกล่าวมีลักษณะลักลอบขนส่งยาเสพติด จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจสอบพบผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว มียาบ้าของกลางซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางบริเวณหลังบ้านและยาไอซ์หนักประมาณ 100 กิโลกรัม อยู่ในรถยนต์นิสสัน เทียน่า ทะเบียน 3 กถ 4880 กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหากำลังขับออกจากบ้านพัก มีการดัดแปลงบริเวณส่วนท้ายไว้สำหรับการซุกซ่อนยาเสพติด นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนอยู่ภายในบ้าน ผู้ต้องหาทั้ง 2 รับสารภาพว่า ลักลอบนำยาไอซ์ซุกซ่อนไว้ในรถยนต์อีก 2 คัน จอดไว้ที่ซอยลีวันรามคำแหง 24 แยก 2 เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบพบรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ทะเบียน สล1832 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ ทะเบียน 3 กฆ 7626 กรุงเทพมหานคร โดยมีการดัดแปลงช่วงท้ายไว้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดเช่นกัน พบว่ารถทั้งสองคันมียาไอซ์บรรจุอยู่ในถุงชาสีเขียว คันละ 100 ถุงน้ำหนัก 100 กิโลกรัม รวม 200 กิโลกรัมจึงทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ ผู้ต้องหายังให้การรับสารภาพอีกว่า นำยาเสพติดทั้งหมดมาจากชายไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ขับรถนำมาส่งให้จากจังหวัดหนองคาย ผู้ต้องหาทั้งสองมีหน้าที่ซุกซ่อนยาเสพติดภายในรถเพื่อขนส่งยาเสพติดไปทางจังหวัดภาคใต้ ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริงจำนวนครั้งละ 150,000 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนขยายผลการจับกุมเครือข่ายกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายนี้ต่อไป ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์,ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ ผู้ต้องหาที่ 1 เจ้าของอาวุธปืน ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อีก 1 ข้อหาด้วย