นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ 'พล.ต.ท.สมคิด' ฟ้อง 'พ.ต.อ.ทวี' กับพวก

อาชญากรรม15 มี.ค. 2565 • 07:40 น.
 นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ 'พล.ต.ท.สมคิด' ฟ้อง 'พ.ต.อ.ทวี' กับพวก
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ นัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ คดี อท.ที่ 114/2562 ระหว่าง พลตำรวจโท สมคิด บุญถนอม โจทก์ ฟ้อง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พันตำรวจเอก สุชาติ วงศ์อนันตชัย หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และพันตำรวจโท เบญจพล จันทวรรณ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ รวม 3 คน จำเลย ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับพวก รวม 4 กระทงความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน กระทำผิดในข้อหา เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯ และเป็น พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานที่มีอำนาจสืบสวน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใด ๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , มาตรา 157 และมาตรา 200 วรรคสอง ไว้พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจาก พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง จำเลยที่ 1 กับพวก เป็นพนักงานสืบสวนสอบสวน คดีพิเศษที่ 4/2547 (คดีอุ้มฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย ) สอบสวนดำเนินคดี พลตำรวจโท สมคิด บุญถนอม ผู้ต้องหากับพวกรวม 5 คน โดยนำพันตำรวจโท สุวิชชัย แก้วผลึก มาสอบสวนเป็นพยาน มีพฤติการณ์จูงใจ ต่อรองเพื่อให้กลับคำให้การ และนำพยานไปยื่นคำร้องขออนุญาตศาลสืบพยานก่อนฟ้อง ทั้งที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายเป็นการเอาเปรียบผู้ต้องหาไม่ให้มีโอกาสต่อสู้คดี ทำให้ได้รับความเสียหาย และกล่าวหาดำเนินคดีทั้งที่ไม่มีพยานหลักฐานตามสมควรว่าผู้ต้องหากับพวกน่าจะได้กระทำผิดตามข้อหานั้น พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจเอก สุชาติ วงศ์อนันตชัย อดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และพันตำรวจโท เบญจพล จันทวรรณ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จำเลยทั้งสาม มาศาล อยู่ระหว่างการปล่อยชั่วคราวในข้อหาที่ศาลอาญาคดีทุจริต ฯมีคำสั่งประทับฟ้องในคดีร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฯ ไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ศาลจึงเห็นควรให้สอบคำให้การจำเลยทั้งสามเพิ่มเติมและกำหนดนัดสืบพยานในวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 เวลา 09.00 น. เรื่องเดิม เมื่อ พ.ศ.2552พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ​ กับพวก รวม 3 คน จำเลย ปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน คดีพิเศษที่ 4/2547 ได้ร่วมกันสอบสวนดำเนินคดี พลตำรวจโท สมคิด บุญถนอม จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 5 คน เป็นผู้ต้องหา กล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุ โดยสอบสวน พันตำรวจโท สุวิชชัย หรืออัคควุธ แก้วผลึก เป็นพยาน พร้อมอ้างแหวนทองวัตถุพยาน ของกลาง เป็นพยานหลักฐานใหม่ เพื่อสอบสวนรื้อฟื้นดำเนินคดีพลตำรวจโท สมคิด บุญถนอม ผู้ต้องหา กับพวก ทั้งที่ไม่มีพยานหลักฐานที่จะรับฟังได้ว่า ผู้ต้องหากับพวกร่วมกันกระทำความผิด อีกทั้งในการสอบสวนพยาน ทั้งที่เป็นจำเลยหลบหนีหมายจับตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอุทธรณ์(จังหวัดมีนบุรี) ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตในคดีร่วมกันฆ่านายฉัตรดำรงพรรณ ไชยเฉลิมภัค เชื้อพระวงศ์ลาว โดย มีพฤติการณ์ส่อว่าจูงใจ ต่อรองเพื่อให้พยานกลับคำให้การจากเดิมเป็นพยานบอกเล่าไม่เห็นเหตุการณ์ เปลี่ยนเป็นกลับคำให้การว่าเห็นเหตุการณ์ ขณะที่ผู้ต้องหากับพวกกระทำผิด พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้อง พลตำรวจโท สมคิด บุญถนอม กับพวกเป็นจำเลย คดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.119/2553ข้อหาร่วมกันฆ่านายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี ผลการพิจารณาคดี ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง และศาลฎีกามีคำพิพากษาที่ 7615/2561 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 ยกฟ้อง พลตำรวจโท สมคิด บุญถนอม จำเลยกับพวกรวม 5 คน พลตำรวจโท สมคิด บุญถนอม จึงนำคดีมาฟ้อง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง จำเลยกับพวก รวม 3 คน ในข้อหา ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ฯ และเป็นเจ้าพนักงาน และพนักงานสอบสวน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อจะแกล้งให้ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องรับโทษ ในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ อท.ที่ 114/2562 ซึ่งศาลได้มีคำสั่งประทับฟ้องไว้ 1 ข้อหา และ ยกฟ้อง 3 ข้อหา เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งประทับฟ้องเพิ่มเติมอีก 3 ข้อหา ตามรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น