กู้ภัยเร่งช่วยระงับเหตุเพลิงไหม้บ้านย่านพุทธบูชาไร้คนเจ็บ-ตาย
วันที่ 8 สิงหาคม 2565 เวลา 15.35 น.พ.ต.อ.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งจากสายด่วน 199 มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่เกิดเหตุอยู่ภายในซอย พุทธบูชา 36 จึงเร่งรุดจัดกำลังพร้อมประสานเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัย ( สดพ. ) ราษฎร์บูรณะ และ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อม อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ( อปพร. ) เขตราษฎร์บูรณะ เร่งรัดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและ อาสาสมัครมาถึงที่เกิดเหตุพบแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากบ้านเลขที่ 72 ซอย พุทธบูชา 36 แยกย่อยซอยที่ 2 ถนน พุทธบูชา แขวง บางมด เขต ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ที่เกิดเหตุเป็นลักษณะบ้านครึ่งปูน ครึ่งไม้ 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด ตั้งอยู่ภายในซอยคับแคบมีเพียงสะพานปูนเดินผ่านได้เท่านั้นรถดับเพลิงขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปถึงตัวบ้านหลังดังกล่าวได้ อาสาสมัครจึงทำการใช้เครื่องหาบหามและช่วยกันแบกลำเลียงไปจนถึงที่เกิดเหตุเป็นระยะทางยาวเกือบ 100 เมตร จึงจะเข้าไปถึงที่เกิดเหตุได้อย่างทุลักทุเล และเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุดังกล่าวแล้วได้รีบจัดวางสายฉีดน้ำระดมกำลังเร่งสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วนใช้เวลา 30 นาที เพลิงจึงสงบเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุเอาไว้ก่อนโดยไม่อนุญาตให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในที่เกิดเหตุเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายได้ แล้วต้องรอให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการสอบถาม เพื่อนบ้านใกล้เคียงได้ความว่าตอนที่เกิดเหตุดังกล่าวบ้านหลังต้นเพลิงไม่มีใครอยู่เลยทุกคนออกไปทำงานกันหมด เหลือเพียงแต่ลูกชายวัย 16 ปี อยู่เพียงผู้เดียว ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้นั้นตนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร ได้ยินแต่เสียงดังคล้ายอะไรหล่นเท่านั้นก็เลยรีบวิ่งออกมาดูก็เห็นว่าไฟไหม้บ้านหลังดังกล่าวแล้ว และก็เห็นว่าเด็กลูกเจ้าของบ้านได้วิ่งหนีออกมาแล้วและปลอดภัยดี ส่วนตนเองก็ตกใจเหมือนกันก็เลยเก็บข้าวของภายในบ้านของตนเองกลัวว่าไฟจะลุกลามมาถึงบ้านของตนเองเหมือนกัน
ด้านเพื่อนบ้านอีกด้านนึง ชื่อนางพรประภา อายุ 59 ปี เป็นเจ้าของบ้านข้างเคียงและเห็นเหตุการณ์ บอกเล่าว่า ตนอยู่ในครัว แล้วตนก็ได้ยินเสียงดัง พอมองขึ้นไปก็เห็นควันขึ้นที่ชั้น 2 ไม่นานก็ไฟไหม้เลย ตนตกใจมาก ตะโกนเรียกคนที่อยู่ข้างในบ้าน เพราะมีเด็กอยู่ในบ้าน คนอื่นออกไปข้างนอกกัน พอเด็กออกมานอกบ้านก็ยืนมอง ส่วนตนก็รีบอุ้มแมววิ่งออกจากบ้านทีละตัว แข้งขาอ่อนไปหมด ตนเองเพิ่งสร้างบ้านด้วย อีกทั้งยังบอกลูกชายตนให้ช่วยเรียกคนแจ้งไฟไหม้ บ้านนี้เค้าอยู่กัน 5 คน พ่อแม่ลูก แต่พ่อแม่ออกไปรับลูก เหลือลูกอยู่หนึ่งคนโตแล้ว กำลังทำบ้านกันอยู่
ส่วน น.ส.ศรินยา อายุ 37 ปี เจ้าของบ้าน บอกว่า ตนออกไปรับลูกคนเล็ก ปกติตนก็อยู่บ้านเป็นแม่บ้านไม่ได้ทำงาน กับข้าวก็ซื้อมากิน ไม่ได้ทำ กลับมาก็ไฟไหม้แล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร เพราะข้างบนตนก็ไม่ได้อะไรไว้ อยู่กัน 5 คน ลูก 3 คน คนโตอยู่บ้าน อีกคนก็ไปเรียน ยังไม่กลับ
ขณะที่นาย เศรษฐพงษ์ อายุ 16 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านอยู่ในบ้านตอนเกิดเหตุ บอกว่า ตนนั่งเล่นอยู่ชั้นล่าง ใส่หูฟังด้วย แต่ก็ได้ยินเสียงเหมือนอะไรตกหล่น หลายครั้งจากชั้นบน ตนจึงจะเดินขึ้นไปดู ว่า เป็นแมวหรือเปล่า พอจะเดินขึ้นบันได ก็เห็นไฟไหม้ที่บันได จึงไม่ได้ขึ้นไป รีบวิ่งออกนอกบ้านก่อน ข้างบนก็เป็นห้องนอน ห้องเก็บของ ห้องพระ เพิ่งทำเสร็จเมื่อวานนี้เอง ได้ยินทางหลังบ้านบอกว่ามีกระแสไฟวิ่งตามสายเข้ามาในบ้าน เหมือนไฟลัดวงจรมาจากนอกบ้านทำให้ไฟไหม้ ตนก็ไม่รู้เพราะอยู่ด้านล่าง พ่อกับแม่ออกไปรับน้องที่โรงเรียนส่วนตน โรงเรียนยังไม่เปิดเรียน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมอาสาสมัครช่วยกันระงับเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ใช้เวลา 30 นาที่เหตุเพราะสถานที่ดังกล่าวเป็นซอยคับแคบเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เครื่องสูบน้ำแบบหาบหามช่วยกันยกเข้าไปเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร และไม่สามารถนำรถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้ามาได้ และจากการตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์นี้
สำหรับความเสียหายนั้นมีบ้านหลังต้นเพลิงเท่านั้นที่เสียหายทั้งหมด ส่วนบ้านข้างเคียงเสียหายบริเวณส่วนในครัวที่ติดกับรั้วบ้านหลังเกิดเหตุเท่านั้น ส่วนสาเหตุทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สรุป ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งถึงจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้แล้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป