"บิ๊กโจ๊ก" มั่นใจฟ้องตามพยานหลักฐาน ด้าน "ผู้การแต้ม" จ่อฟ้องกลับหากหมายศาลมาถึง
เมื่อเวลา 13:50 น. วันที่ 29 มิ.ย.67 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมายังสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อร่วมประชุมกับสมาชิกสมาคมปักษ์ใต้ พร้อมกล่าวขอบคุณพี่น้องชาวใต้ทุกคนที่คอยให้กำลังใจตนเองตลอด แม้กระทั่งเวลาไปกินข้าวที่ไหน หรือเดินข้ามทางม้าลาย ก็ยังมีประชาชนลดกระจกรถเพื่อให้กำลังใจ จากเดิมที่ตอนเครื่องแบบตำรวจ ไม่เคยเห็นปรากฎการแบบนี้
ยืนยันว่าไม่ได้มีการจัดตั้งหรือระดมคนมาให้กำลังใจ และไม่ใช่เป็นการกดกัน หรือจ้างมาให้กำลังใจ ในการให้กำลังใจแต่ละครั้งมาจากประชาชนเอง เนื่องจากคนใต้จะรักใครรักจริง จะช่วยเหลือกันเวลาที่ถูกรังแก สู้จนหัวชนฝา ยืนยันว่าเรื่องของคดีความ สมาคมไม่เกี่ยวข้อง / และในรายการหนึ่ง ซึ่งเคยจัดทำโพลล์สำรวจ ปรากฎว่าประชาชนอยากให้ตนเองกลับไปทำงานสูงถึง 78% / ซึ่งปกติแล้วเวลาตำรวจถูกดำเนินคดีอาญาประชาชนจะไม่เข้าข้าง แต่กับตนเองน่าจะเป็นตำรวจเพียงคนเดียวที่ถูกดำเนินคดีอาญาแล้วประชาชนอยากให้กลับไปทำงาน แสดงว่าประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตัวเอง
ส่วนเมื่อถามว่า ถ้าโดนฟ้องกลับจะมีแนวทางอย่างไร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การฟ้องร้องใครก็สามารถฟ้องได้ แต่ต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณา อยู่ที่ว่ามีพยานหลักฐานหรือไม่ แต่ที่ตนฟ้อง ฟ้องตามพยานหลักฐาน แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าไม่ได้มีการเอ่ยถึงตนเอง / ส่วนการฟ้องร้องไม่ได้มีการเกลียดกัน ยังนับถือกันเป็นพี่เป็นน้องกัน
ด้านของพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรอง ผบช.น. เผยถึงกรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ฟ้องกูรูด้านกฎหมายที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวานนี้ ในฐานหมิ่นประมาท ซึ่งอาจทำให้คนส่วนใหญ่มั่นใจว่าเป็นตัวเอง ว่า ตอนนี้ตนเองยังไม่ได้รับหมายศาล ซึ่งไม่รู้ว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ฟ้องใคร และก็ไม่รู้ว่าเป็นตนเองหรือไม่ / แต่หากว่ามีหมายศาลมาถึงตนเอง จะพิจารณาข้อมูลจากหมายศาลดังกล่าวในการฟ้องกลับฐานหมิ่นประมาท และหากพบว่าข้อมูลที่ปรากฎในหมายศาลเป็นเท็จ จะดำเนินการฟ้องเท็จอีก 1 ข้อหา
ส่วนตัวเชื่อว่า ตนเองไม่เคยพาดพิง หรือใส่ความให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เกิดความเสียหาย ตนเองพูดแค่ในแง่ของกฎหมายเท่านั้น / ซึ่งในตอนนี้ยังไม่สามารถฟ้องกลับได้ เพราะยังไม่มีรายละเอียด